หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก


อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
มีพื้นที่ 2,000 ไร่  (3.2 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 0-20 เมตร
ระวาง : 4938I,5038IV,5039III 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          บึงฉวาก เป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำ สามารถ   เก็บน้ำได้ตลอดปี รวมทั้งมีลำห้วยขนาดเล็กเชื่อมต่อกับแม่น้ำท่าจีนทั้งทางเหนือ และทางใต้ของบึง เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีความกว้างประมาณ 0.5 กิโลเมตร และยาวประมาณ 4.5 กิโลเมตร ความลึกอยู่ระหว่าง 1 – 3 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้จำนวนมากเพื่ออุปโภคและบริโภค และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดนานาชนิด  ลักษณะทางอุทกวิทยาบริเวณบึงฉวากหินเป็นหินตะกอนและหินชั้น เป็นตะกอนธารน้ำพา กรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว สะสมตัวตามร่องน้ำ คันดินแม่น้ำ และแอ่งน้ำท่วมถึง (แหล่งข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล) ระดับน้ำใต้ดินปกติอยู่ในช่วงความลึก 1 – 12 เมตร โดยมีอัตราการให้น้ำอยู่ในช่วง 1 - 12 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง น้ำในบึงฉวากเป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          ในอดีตเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกน้ำมากกว่า 100,000 ตัว มีข้อมูลการสำรวจพบนกอย่างน้อย57 ชนิด มีทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพตามฤดูกาล ได้แก่ เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) เป็ดลาย (Anas querquedula) เป็ดคับแค (Nettapus coromandelianus) อพยพมาอาศัยอยู่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมนับแสนตัว ปี พ.ศ. 2533 มีรายงานว่าพบนกเป็นน้ำอพยพมาอยู่ 13,998 ตัว และเพิ่มขึ้นเป็น 26,740 ตัว ในปี พ.ศ. 2535นอกจากนี้ยังพบนกอีโก้ง (Porphyrio porphyrio) นกอีล้ำ (Gallinula chloropus) นกอีแจว (Hydrophasianus chirurgus) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) นกเขาไฟ (Streptopelia tranquebarica) นกปากห่าง (Anastomus oscitans) นกพงชนิดต่างๆ และนกเดินท่องน้ำ ปัจจุบันบึงฉวากถูกปรับเปลี่ยนสภาพไป จำนวนชนิดและจำนวนนกลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

           ในอดีตบึงฉวากอุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลา เคยมีผู้พบปลาขนาดใหญ่ ได้แก่ ปลากะโห้ (Catlocarpio siamensis) มีน้ำหนักตัว 50-100 กิโลกรัม และปลาอีกหลายชนิดซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันมาก ปัจจุบันปลาขนาดใหญ่พบน้อยมาก ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2537 พบปลา 32 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulerable) คือ ปลาจีด (Heteropneustes fossilis) ปลาที่พบมากได้แก่ ปลาช่อน (Channa striatus) ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาชะโด (Channa micropeltes) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาไหล (Monopterus albus) ปลาสวาย (Pangasius suchi) และสัตว์อื่นๆ

           พบพันธุ์พืชน้ำ 23 ชนิด มีพืชลอยน้ำ ได้แก่ ผักตบชวา (Eichornia crassipes) จอก (Pistia stratiotes) แหน (Lemna trisulca) ผักบุ้ง (Ipomoea aquatica) และพืชโผล่พ้นน้ำ ได้แก่ บัวแดง (Nymphaea lotus) บัวหลวง (Nelumbo nucifera) สาหร่ายชนิดต่างๆ  ริมบึงมีดงอ้อ (Arundo donax) บอน (Colocasia antiquorum) หนาแน่น บริเวณป่าปลูกมี หว้า ตะขบ มะขามเทศ สะเดา

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         ในอดีตบึงฉวากมีน้ำเป็นทรัพยากรซึ่งสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ชุมชน ถือเป็นบึงศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนต้องเคารพและทะนุถนอม และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติวิทยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ มีนกนานาชนิด  มีบัวแดงบานยามเช้า ซึ่งเป็นทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งอาหาร แหล่งประกอบอาชีพเสริมของชุมชนในท้องถิ่น มีพืชผักต่างๆ ที่เก็บมาเป็นอาหารและขายได้ พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่เกษตรกรรมทำนา ชุมชนใช้น้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และทำการประมง 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพ ของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวน ธรรมชาติ เช่น การจัดสวนและพัฒนาพื้นที่อย่างเข้มข้น การนำไม้ต่างถิ่นมาปลูกในพื้นที่ การปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างลงในแหล่งน้ำพบเห็นทั่วไปในพื้นที่ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ โดยเฉพาะการจับสัตว์น้ำนอกจากนั้น ยังมีการคุกคามจากภายนอกพื้นที่ เช่น จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินโดยรอบพื้นที่ ความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และการท่องเที่ยว
         -ปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวน ธรรมชาติ  เช่น การจัดสวนและพัฒนาพื้นที่อย่างเข้มข้น การนำไม้ต่างถิ่นมาปลูกในพื้นที่ การปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างลงในแหล่งน้ำพบเห็นทั่วไปในพื้นที่ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ โดยเฉพาะการจับสัตว์น้ำนอกจากนั้น ยังมีการคุกคามจากภายนอกพื้นที่ เช่น จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินโดยรอบพื้นที่  ความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และการท่องเที่ยว  

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า