หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

ดอยอินทนนท์


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน ต.สองแคว ต.ยางคราม ต.บ้านหลวง ต.สบเตี๊ย
อ.จอมทอง ต.แม่นาจร ต.ช้างเคิ่ง ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม ต.แม่วิน ต.ทุ่งบี๊
อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
เนื้อที่ประมาณ : 482 ตารางกิโลเมตร (391,250 ไร่)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 370-2,565 เมตร

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

             อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ของแนวเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัว
ตามแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ ชุ่มน้ำในอุทยานแห่งชาติฯ ประกอบด้วยอ่างน้ำซับ ลำธารบนภูเขา และน้ำตก ซึ่งเป็น
แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำปิง ลำธารส่วนใหญ่เป็นลำธารขนาดเล็ก บนยอดดอยอินทนนท์ในระดับ 2,565 เมตร
เหนือระดับน้ำทะเล แอ่งน้ำซับที่เรียกว่าอ่างกาหลวง มีลักษณะเป็นพรุน้ำจืดเขตอบอุ่น เกิดจากการทับถมของมอส
ชนิดต่างๆ และเศษซากพืชที่ขึ้นอยู่โดยรอบ กลางพรุเป็นแอ่งน้ำ

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             บริเวณอ่างกาหลวงมีน้ำตื้นมาก อุณหภูมิของน้ำเย็นตลอดปี ลำต้นของต้นไม้ถูกห่อหุ้มด้วยมอส เฟิน
กล้วยไม้ และพืชอิงอาศัยชนิดอื่นๆ บริเวณอ่างกาหลวง มีพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นและ/หรือพรรณไม้ หายาก เช่น คำขาว
หรือกุหลาบพันปีสีขาว (Rhododendron moulmeinense และ R. veitchianum) คำแดงหรือกุหลาบ พันปีสีแดง
(R. delavayi) เฟินและมอสชนิดต่างๆ ที่สำคัญ คือ ข้าวตอกฤาษี (Sphagnum cuspidatulum
                  พบนกอย่างน้อย 364 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 255 ชนิด นกอพยพ 109 ชนิด ได้แก่ นกคัดคูพันธุ์ยุโรป
(Cuculus canorus) เหยี่ยวทะเลทราย (Buteo buteo) นกพญาไฟสี กุหลาบ (Pericrocotus roseus) นกกระเบื้องผา
(Monticola solitarius) เป็นต้น ตามริมห้วย ริมน้ำ ลำธาร ค่อนข้าง ชุ่มชื้น มีแนวหมู่ไม้ และไม้พุ่มขึ้นปกคลุมให้ร่มเงา
พบนก ได้แก่ นกกระเต็นน้อยธรรมดา (Alcedo atthis) นกอัญชันป่าขาแดง (Rallina fasciata) นกอัญชันอกเทา
(Rallus striatus) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) ตามธารน้ำที่เป็นแก่งหิน น้ำตก พบนกอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่
นก กางเขนน้ำ (Enicurus spp.) นกเด้าลมหลังเทา (Motacilla cinerea) นกอุ้มบาตร (M. alba) นกเขนหัวขาว
ท้ายแดง (Chaimarrornis leucocephalus) นกมุดน้ำ (Cinclus pallasii) เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม
ของโลก (globally threatened) ได้แก่ เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว(Polihierax insignis) นกอินทรีหัวไหล่ขาว
(Aquila heliaca) นกปากซ่อม พง (Gallinago nemoricola) นกเดินดงอกเทา (Turdus feae) นกเงือกคอแดง
(Aceros nipalensis) นกไต่ไม้ใหญ่ (Sitta magna) นกปีกแพรสีม่วง (Cochoa purpurea) เป็ดปากสั้น (Anas
penelope
) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ พญาแร้ง
(Sarcogyps calvus) แร้งเทาหลังขาว (Gyps bengalensis) ชนิดที่อยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่
นก อินทรีหัวไหล่ขาว นกเงือกคอแดง นกไต่ไม้ใหญ่ นกปีก แพรสีม่วง ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
(vulnerable) ได้แก่ นกกระติ๊ดใหญ่ปีกลาย (Mycerobas melanozanthos) นกเดินดงอกเทา นกเดินดงอกดำ
(Turdus dissimilis) นกนางแอ่นหางลวด (Hirundo smithii) นก กะเต็นขาวดำใหญ่ (Megaceryle lugubris)
เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว นกปากซ่อมพง นกเดินดงอกเทา และชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม
(near threatened)ได้แก่ เหยี่ยวภูเขา (Spizaetus nipalensis) อินทรีดำ (Ictinaetus malayensis) เหยี่ยวฮอบบี้
(Falco severus) นกลุมพู (Ducula aenea) นกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาล (Bubo nipalensis) นกกกหรือนกกาฮัง
(Buceros bicornis) นกหัวขวานใหญ่สีเทา (Muelleripicus pulverulentus
                  ปลาสำคัญในระบบนิเวศที่พบเฉพาะในบริเวณนี้ ได้แก่ ปลาค้างคาว (Oreoglanis siamensis) ซึ่งเป็น
ชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic) และอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) พบที่ระดับ 600 เมตรขึ้นไป ชนิดที่สามารถพบได้ในระดับความสูง 40-1,200 เมตร ได้แก่ ปลามอน (Scaphiodonichthys burmanicus) ชนิดที่
พบตั้งแต่ระดับ ความสูง 370 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ได้แก่ ปลาช่อนก้าง (Channa limbata) และปลาพลวง (Tor soro) ชนิดที่พบที่ระดับ 370-900 เมตร ได้แก่ ปลาแก้มช้ำ (Systomus orphoides) ชนิดที่
พบที่ระดับ 370-1,200 เมตร ได้แก่ ปลาซิวควายแถบดำ (Rasbora sumatrana) และพบที่ระดับ 400 เมตร ได้แก่
ปลาน้ำหมึก (Barilius puchellus) ปลาเลียหิน (Garra taeniata) และปลาค้อ (Nemacheilus spp.) หลายชนิด 
                  พบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ จักกิ้มน้ำหรือ
จิ้งจกน้ำ หรือกระท่าง (Tylototriton verrucosus) เต่าปูลู (Platysternon megacephalon) และพบกบจุกหรือ
กบหงอน (Rana pileata) ซึ่งเป็นสัตว์ที่พบในบริเวณนี้เท่านั้น

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           เป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปิง โดยมีพื้นที่ต้นน้ำย่อยที่ให้กำเนิด แม่น้ำลำธารหลายสาย เช่น ลำน้ำแม่กลาง
แม่ยะ แม่เตี๊ย แม่แจ่ม และแม่วาง ที่ไหลผ่านหล่อเลี้ยงชุมชนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง
รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และเป็นแหล่งจับสัตว์น้ำของชุมชนชาวเขา จุดท่องเที่ยว
ที่สำคัญ ได้แก่ ถ้ำ น้ำตก ลำธาร และอ่างกาหลวง ที่ดินบริเวณอุทยานฯ แห่งชาติบางส่วนถูกใช้สร้างที่ทำงาน สถานีวิจัยพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและโครงการอื่นๆ พื้นที่ส่วนหนึ่งมีชุมชนชาวเขาอาศัยอยู่ และประกอบ
อาชีพทางการเกษตร โดยมีชุมชนรวมทั้งสิ้น 39 หมู่บ้าน 948 ครัวเรือน

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่ 148 ลงวันที่ 2 ตุลาคม
พ.ศ. 2515 มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 เกี่ยวกับการกำหนดชั้นคุณภาพพื้นที่ลุ่มน้ำและ
หลักเกณฑ์การใช้ ที่ดินในเขตลุ่มน้ำปิง-วัง เป็นที่ตั้งของที่ทำการวนอุทยาน ดอยอินทนนท์ และสถานีทดลอง
ย่อยของศูนย์พัฒนาการประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ มีการบุกรุกใช้ประโยชน์ที่ดินค่อนข้างมากบนดอย
อินทนนท์ ปลาค้างคาวที่เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น กำลังประสบปัญหาถูกจับเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นอาหารของชาวเขา
ซึ่งอาจจะทำให้ สูญพันธุ์ได้เช่นเดียวกันกับจักกิ้มน้ำ การใช้สารเคมีในการเกษตรก็มีผลกระทบต่อสัตว์น้ำมาก
บริเวณอ่างกาหลวง แอ่งน้ำตื้นเขินลงมากเพราะการก่อสร้าง สถานที่ราชการกั้นขวางการไหลของน้ำจากพื้นที่
รับน้ำที่เคยไหลลงอ่างกาหลวงให้ไหลลงไปทางลุ่มน้ำอื่นและทำให้เกิดการชะล้างดินทรายลงสู่ตัวอ่าง
นอกจากนี้ยังสูบน้ำจากอ่างกาหลวงไปใช้บริการนักท่องเที่ยว ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ยอดดอยอินทนนท์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า