หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

อ่าวไทย


มีพื้นที่ : 582,375.00  ไร่  (931.80 ตร.กม.) 
ระวาง : 4830 I, 4931II,IV, 4932 I,III, 4933 I, II, 5034 IV ,5035 I,II,III,IV, 5134I,II, 5135I, II,III, IV ,5136 II,III, 5234 II,III, 5334 II,III, 5432 I,IV, 5433 II,III,IV, 5532 II,III, 5533 III


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          อ่าวไทยมีอาณาบริเวณตั้งแต่ใต้สุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถึงใต้สุดของจังหวัดตราด ครอบคลุมบริเวณปากแม่น้ำรวม 10 สาย ได้แก่ ปากแม่น้ำปราณบุรี แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำระนอง แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำประแสร์ และแม่น้ำตราด
           
อ่าวไทยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจีนใต้ ทอดตัวตามแนวตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 835 กิโลเมตร ความกว้างที่สุดประมาณ 553 กิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 45 เมตร แบ่งเป็นสามส่วน คืออ่าวไทยฝั่งตะวันตก อ่าวไทยตอนใน และอ่าวไทยฝั่งตะวันออก พื้นที่อ่าวมีสภาพเป็นชายฝั่งทะเลปากแม่น้ำ หาดโคลน หาดเลน หาดทราย มีป่าชายเลน มีเกาะต่างๆมากมาย (มากกว่า 80 เกาะ เกาะขนาดใหญ่ราว 26 เกาะ เกาะใหญ่ที่สุดคือเกาะช้าง) บริเวณปากแม่น้ำและใกล้เคียงเป็นหาดโคลน หรือทรายเป็นโคลน มีพื้นที่เกิดจากดินตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาตกสะสมเป็นพื้นที่ตื้นเขินเรียกว่าสันดอน หรือในบางพื้นที่ดินตะกอนทับถมกันเกิดเป็นชายฝั่งงอกออกมาใหม่
           
อ่าวไทยตอนบนหรืออ่าวไทยตอนใน มีลักษณะเหมือนอักษร ก แนวชายฝั่ง 4 จังหวัด จากจังหวัดสมุทรสงครามถึงสมุทรปราการมีลักษณะโค้งเรียบ มีการทับถมของตะกอนดินเนื้อละเอียดที่แม่น้ำพัดพามา เกิดการถอยร่นของแนวชายฝั่ง เกิดที่ราบลุ่มใกล้ฝั่งลักษณะเป็นดินเลน ดินโคลน น้ำท่วมถึงขณะน้ำขึ้นสูงสุดและโผล่ให้เห็นขณะน้ำลง บริเวณรอบอ่าวเคยมีป่าชายเลนที่สภาพสมบูรณ์ ปัจจุบันเหลือเพียงแนวแคบๆ ประมาณ 10-100 เมตร และมีป่าปลูกอยู่บ้าง ถัดจากป่าชายเลนเข้ามาประมาณ 2-3 กิโลเมตร เป็นนากุ้ง นาเกลือ ในทะเลน้ำตื้นและน้ำลึก มีแนวปะการัง หญ้าทะเล สาหร่ายทะเล สวยงามอยู่หลายบริเวณ พื้นที่ริมทะเลเป็นที่สาธารณประโยชน์แต่ถูกจับจองเป็นที่กรรมสิทธิ์ บางส่วนเป็นเขตทหาร ถัดเข้ามาเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ ทำการเพาะปลูกและเป็นที่อยู่อาศัย มีหมู่บ้านประมง ปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายฝั่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          อ่าวไทยมีระบบนิเวศที่หลากหลาย ประกอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหลายประเภท มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นถิ่นที่อยู่ที่หากินของสัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งขยายพันธุ์และอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน
          
มีพันธุ์ไม้ชายฝั่งหาดทราย หาดเลน มีป่าน้ำท่วมขัง เช่น ชะคราม (Indigohera unicata) ผักเบี้ยทะเล (Sesuvium portulacastrum) ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae) สนทะเล (Casuarina equisetifolia) ในป่าชายเลนส่วนใหญ่เป็นไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) โกงกางใบใหญ่ (R. mucronata) ประสักแดง (Bruguiera sexangula) ถั่วขาว (B.cylindrica) โปรง (Ceriops spp.) ตะบูนขาว (Xylocarpus granatum) ตะบูนดำ (X. moluccensis) ตะบัน (X. rumphii) เหงือกปลาหมอ (Acanthus spp.) แสมขาว (Avicennia alba) แสมดำ (A. officinalis) ลำพู (Sonneratia caseolaris) ลำแพนทะเล (S. griffithii) จาก (Nypa fruticans) โพทะเล (Thespesia populnea) ปอทะเล (Hibiscus tiliaceus) ตาตุ่มทะเล (Excoecaria agallocha) ปรงทองหรือปลงไข่ (Cycas sp.) ตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollam) บริเวณที่เคยเป็นป่าถูกแผ้วถางมีหญ้าชนิดต่างๆ ฝาดแดง (Lumnitzera littorea) ฝาดขาว (L. racemusa) เสม็ด (Meialeuca leucaolendra)
          
ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยมีความสำคัญต่อนกน้ำ และนกชายเลนทั้งชนิดประจำถิ่น และชนิดอพยพ ชนิดประจำถิ่นที่พบ เช่น นกทะเลขาแดงลายจุด (Tringa erythropus) มากกว่า 300 ตัว คาดว่ามีนกชายเลนอพยพมาอย่างน้อย 36 ชนิด จำนวน 10,000-20,000 ตัว ชนิดที่พบมาก เช่น นกหัวโตหลังจุดสีทอง (Plurialis falra) นกหัวโตขาดำ (Charadrius alexandrius) นกหัวโตทรายเล็ก (C. mongolus) นกทะเลขาแดงธรรมดา (Tringa totanus) นกชายเลนบึง (T. staynatilis) นกชายเลนน้ำจืด (T. glureola) นกชายเลนปากโค้ง  (Calidris ferruginea) แต่ละชนิดมีจำนวนมากกว่า 2,000 ตัว ชนิดอพยพผ่าน เช่น นกกระสานวล(Ardea cinerea) อย่างน้อย 130 ตัว นกกาบบัวจำนวน 36 ตัว พบนกกระทุง  (Pelecanus philippensis) นกซ่อมทะเลอกแดง( Limnodromus semipalmatus) ซึ่งเป็นนกหายากกว่า 500 ตัว บริเวณป่าชายเลนด้านตะวันตกของปากแม่น้ำท่าจีนพบนกปากแอ่นหางดำ (Limosa limosa) นกปากแอ่นหางลาย (L. lapponica) หลายร้อยตัวในช่วงหน้าฝน นกนางนวลที่พบส่วนใหญ่ในช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาวเป็นนกนางนวลธรรมดา (Larus brunnicephalus) และนกนางนวลแกลบเคราขาว (Chlidonias hybridus) ประมาณ 5,000–10,100ตัว มีนกขยายพันธุ์ที่นี้โดยสร้างรังวางไข่ตามป่าชายเลน เช่น นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางโทนใหญ่ (E. alba) ส่วนนกยางเขียว (Butorides striatus) เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) นกนางนวลแกลบเล็ก (Sterna albifrons) ขยายพันธุ์ใกล้นากุ้ง พบนกขนาดเล็กอพยพผ่านช่วงหน้าหนาวตามป่าชายเลน เช่น นกเปล้าคอสีม่วง(Treron rernans) นกโกงกางหัวโต (Pachycephala grisola) และพบนกล่าเหยื่ออพยพผ่านช่วงฤดูหนาว ได้แก่ เหยี่ยวออสเปร (Pandion haliaetus) เหยี่ยวเพเรกริน (Falco peregrinus)
               
- การสำรวจในปี พ.ศ. 2535 พบนกน้ำนับพันตัวในบริเวณที่สำคัญ ได้แก่
               
   - วัดสุทธิวราราม (วัดช่องลม) ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
                   - วัดอโศการาม อำเภอบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
                   - สถานตากอากาศบางปูหรือสะพานสุขตา
                   - ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม
                   - หาดเจ้าสำราญ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
           เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนกในเมืองไทยเพราะเป็นแหล่งที่มีนกน้ำชุมนุมรวมกันอยู่มากกว่า 2,000 ตัว ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) ได้แก่ นกยางจีน (Egretta eulophotes) นกตะกรุม (Leptoptilos javanicus) นกกระทุง (Pelecanus philippensis) นกปากช้อนหน้าดำ (Platalea minor) นกหัวโตมลายู (Charadrius peronii) นกซ่อมทะเลอกแดง (Limnodromus semipalmatus) นกจับแมลงอกสีน้ำตาลอ่อน (Rhinomyias brunneata) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ ยกยางจีน นกตะกรุม นกกระทุง นกปาช้อนหน้าดำ นกอ้ายงั่ว (Anhinga melanogaster) นกน็อดดี้ (Anous stolidus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered)ได้แก่ นกกาน้ำใหญ่ (Phalacrocorax carbo) นกกระสานวล นกกระสาแดง (Ardea purpurea) นกกาบบัว (Mycteria leucocephala) นกช้อนหอยขาว (Threskiornis melanocephalus) เหยี่ยวดำ (Milvus migrans) นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ (Sterna bergii) นกนางนวลแกลบสีกุหลาบ (S. dougallii) นกหัวโตมลายู  นกจับแมลงอกสีน้ำตาล ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ นกซ่อมทะเลอกแดง นกกาน้ำปากยาว (Phalacrocarax fuscicollis) และนกกรีดน้ำ (Rynchops albicollis)
           แหล่งที่พบนกชายเลนและนกทะเลที่สำคัญ ได้แก่
                  -ชายทะเลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ พบนกนางนวลหางดำ (Larus crassirostris) นกนางนวลปากเรียว (L. genei)
                  -ชายทะเลกาหลง จังหวัดสมุทรสาคร พบเป็ดเชลดัก (Tadorna tadorna) นกซ่อมทะเลปากยาว (Limnodromus scolopaceus) นกชายเลนท้องดำ (Calidris alpina)
                  -โคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร พบนกชายเลนปากช้อน (Eurynorhynchus pygmaeus) นกโจรสลัด (Fregata spp.)
                  -บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พบนกกระสาปากเหลือง (Mycteria cinerea)
            พันธุ์ปลาที่พบตามถิ่นที่อยู่ ได้แก่ ชายฝั่ง แนวปะการัง หญ้าทะเล และทะเลลึก ชนิดที่พบบริเวณชายฝั่ง ได้แก่ ปลาจวดหน้าสั้น (Johnius spp.) ปลาลิ้นหมา (Cynoglossus spp.) เป็นต้น ชนิดที่พบมากบริเวณป่าชายเลน เช่น ปลาตีน  (Periophthalmus sp.) ลูกปลาวัยอ่อนในครอบครัวปลาบู่ (Oxyeleotris marmorata) ปลาเกล็ดข้าวเม่าเป็นต้น ปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลาทู (Rastrellger neglectus) ปลาสละ (Scomberoides sancti) ปลากระบอก (Mugil borneensis) เป็นต้น และมีชนิดพันธุ์ปลาโบราณที่ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ ปลาตะพัด (Seleropages formosus) ซึ่งพบอยู่แถบจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชนิดที่พบบริเวณกลุ่มปะการังเป็นปลาขนาดเล็ก มีจำนวนมากถึง 200 ชนิด ปลาที่พบมาก ได้แก่ ปลาในวงศ์ปลาสลิดหิน (Pomacentridae) และวงศ์ปลานกขุนทอง (Labridae) ปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาในวงศ์ปลาเก๋า (Serranidae) และวงศ์ปลากะพง (Lutjanidae) ส่วนปลาทะเลที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาทู ปลาลัง (Rastrelliger kanagurta) ปลาเป็ด นอกจากนั้นยังมีผลผลิตปลาที่สำคัญจากการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ได้แก่ ปลากระพงขาว (Lates calcarifer) ปลาเก๋า (Epinephelus tauvina) ปลานวลจันทร์ทะเล (Chanos chanos)
          พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญในทะเลอ่าวไทย ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ได้แก่ พะยูน (Dugong dugon) มีถิ่นที่อยู่ในแนวหญ้าทะเล ชายฝั่งทะเลจังหวัดระยองและจันทบุรี และโลมาอิรวดี (Oscaella brevirostris) พบบริเวณอ่าวไทยตอนใน และทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
           เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล มีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี 2 ชนิด คือ เต่าตนุ (Chelona mydas) และเต่ากระ (Erethmochelys imbricata) ซึ่งต่างอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered)
           มีกลุ่มปะการังสำคัญพบที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อยู่บริเวณเกาะต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี ระนอง จันทบุรี และตราด แนวปะการังมีความกว้าง 40-150 เมตร พบที่ระดับน้ำลึก 0.1-0.3 จนถึง 1.5-9.1 เมตร พบปะการัง 90 ชนิด บริเวณหมู่เกาะสีชังชนิดเด่น คือ ปะการังโขดหินหรือปะการังก้อน (Porites lutea)  มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของปลาเศรษฐกิจหลายชนิด ส่วนบริเวณหมู่เกาะล้าน เกาะครก เกาะสาก จังหวัดชลบุรี พบปะการังอย่างน้อย 50 ชนิด บริเวณรอบเกาะล้านและเกาะใกล้เคียง พบปะการังอย่างน้อย 50 ชนิด บริเวณรอบเกาะล้านและเกาะใกล้เคียง พบปะการังอย่างน้อย 48 ชนิด ขนาดความกว้างของแนวปะการังอยู่ในช่วง 100-130 เมตร ปะการังชนิดเด่นในเขตน้ำขึ้นน้ำลง คือ ปะการังโขดหินหรือปะการังก้อน (Porites lutea) ส่วนบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันตก เริ่มมีแนวปะการังตั้งแต่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลำกษณะเป็นกลุ่มปะการังอยู่บริเวณหมู่เกาะเหลื่อม เกาะจาน และเกาะทะลุ
          ในทะเลจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ชนิดที่พบ ได้แก่ หญ้าชะเงา หรือว่านน้ำ (Enhalus acoroides) หญ้าผมนาง (Halodule pinnifolia) หญ้าทะเล (H. uninervis) หญ้าทะเล (Halophila beccarii) หญ้าทะเล (H. decipiens) หญ้าทะเล (H. minor) หญ้าทะเลใบกลม (H. ovalis) หญ้าตะกาดน้ำเค็ม (Ruppia maritima) หญ้าเต่า (Thalassia hemprichii) หญ้าชะเงาใบสีน้ำตาล (Cymodoces rotundata) บริเวณตำบลแหลมกลัด ตำบลไม้รูด จังหวัดตราด พบซากหญ้าทะเล 6 ชนิด รวมทั้งหญ้าชะเงาใบสั้น หรือหญ้าคาทะเล (Holodule univeris) และหญ้าผมนางหรือกุยช่ายเข็ม (H. pinifolia) บริเวณอ่าวมะขามป้อม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พบหญ้าผมนางหรือกุยช่ายเข็ม เช่นกัน

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           อ่าวไทยเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรชีวภาพอย่างยิ่ง เป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน และเป็นแหล่งผลผลิตสำคัญทางเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งให้ผลผลิตสัตว์น้ำทั้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่ได้จากการเพาะเลี้ยง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญยิ่งของประเทศ ซึ่งมีชายหาด ชายทะเล เกาะและแหล่งปะการังที่สวยงามติดอันดับโลก และมีบทบาทสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของชั้นน้ำใต้ดิน อ่าวไทยรองรับน้ำจากแม่น้ำสายหลักเกือบทุกสายในภาคกลางและภาคตะวันออก มีบทบาทสำคัญช่วยรักษาสมดุลของชั้นน้ำใต้ดิน การขึ้นลงของน้ำในอ่าวมีผลต่อภาวะน้ำท่วมและการรุกเข้ามาของน้ำเค็มในที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ป่าชายเลนรอบอ่าวไทยเปรียบเสมือนกันชนคอยดักและเก็บกักตะกอน และป้องกันการพังทลายของชายฝั่งทะเล

การจัดการและการคุกคาม  
 

          - มติคณะรัฐมนตรีให้พัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง และให้ปลูกสวนป่าเพื่อเป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการสวนสาธารณะชายทะเล และแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะที่ดินชายฝั่ง           
          -ส่วนจังหวัดสมุทรสงครามและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งประเทศไทยร่วมกันจัดทำโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนอกจากนั้นองค์กรเอกชนหลายองค์กรจัดกิจกรรมดูนกอย่างต่อเนื่อง และมีความพยายามในการอนุรักษ์แหล่งปะการัง เช่น สร้างแนวปะการังเทียมโดยกรมประมงและกองทัพเรือ ในอ่าวไทยกองทัพเรือดูแลแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล มีการนำไข่เต่าทะเลมาเพาะฟัก นำลูกเต่าทะเลมาอนุบาลและปล่อยกลับคืนสู่ทะเล
          - ปัจจุบันบริเวณรอบๆอ่าวไทยมีโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมต่างๆซึ่งมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำและนกนานาชนิด นอกจากนี้ผลสืบเนื่องจากการพัฒนาอุตสาหกรรมยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การเมจำนวนและความหนาแน่นของประชากร ทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
          - ปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษที่มาจากอุตสาหกรรม และการระบายน้ำทิ้งสู่อ่าวจึงเป็นผลอันตรายต่อสัตว์น้ำ และการแผ้วถางป่าชายเลนเพื่อสร้างถนน เพาะเลี้ยงกุ้ง ทำให้ระบบนิเวศป่าชายเลน แหล่งหญ้าทะเลสูญเสียไป สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ส่งผลให้นกที่มาสร้างรังวางไข่ถูกรบกวน ความสัมพันธ์ทางนิเวศถูกทำลาย แหล่งอาหารของสัตว์และนกต่างๆหมดไป ชนิดของพืชและสัตว์ต่างๆ มีแนวโน้มลดลง ซึ่งมีโอกาสหายไปและสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังมีการประมงโดยใช้เครื่องมือผิดประเภท และการบุกรุกทำลายที่อยู่อาศัยแหล่งวางไข่ของเต่าเพื่อลักลอบเก็บไข่เต่า อีกทั้งการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำ ทำลายแหล่งปะการังและทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์ สาเหตุทางธรรมชาติ ได้แก่ คลื่นลมพายุทำให้ปะการังหักพัง การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศของโลก เช่นอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาว สิ่งมีชีวิตบางชนิดเป็นศัตรูธรรมชาติ เช่น หอย ปลาบางชนิด แม่เพรียง ดาวหนามหรือดาวมงกุฎหนาม หอยสังข์หนาม กัดแทะปะการังจนเสื่อมโทรมได้
          - ชายฝั่งอ่าวไทยเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยว โรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนขนาดใหญ่หลายแห่งจึงเกิดมลพิษทางน้ำอยู่เสมอ เช่น การเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีหรือขี้ปลาวาฬ มีสัตว์น้ำตายเกยตื้นเป็นจำนวนมาก

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า