หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

เกาะแตน


ที่ตั้ง : อำเภอเกาะสมุย  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พื้นที่ : 4,688.00  ไร่  (7.50 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : 0-218 เมตร
ระวาง : 4927 I 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         เกาะแตนมีลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็กในหมู่เกาะทางทิศตะวันตกของอ่าวไทย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสมุย มีระยะทางห่างจากเกาะสมุย 2 กิโลเมตร มีรูปทรงเป็นสามเหลี่ยมยอดแหลมหรือคล้ายเจดีย์กว้าง 3 กิโลเมตร ยาว 4.5 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเขา 3 ลูก คือเขาเคี่ยมทางตอนใต้มียอดสูงสุด 218 เมตรจากระดับน้ำทะเล เขากลางเป็นเขาลูกโดดๆ อยู่กึ่งกลางเกาะ และเขาตีนเป็นเขาตอนเหนือเป็นแนวยาว ส่วนฝั่งตะวันออกของเกาะเป็นชายหาดยาวขนานกับแนวปะการังชายฝั่ง เรียกว่าอ่าวออก ส่วนฝั่งตะวันตกเป็นอ่าวปิด มีป่าชายเลนผืนเล็ก และหาดหิน เรียกว่า อ่าวตก รอบเกาะมีแนวชายฝั่งยาว 14.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหาดทราย 1.5 กิโลเมตร และหน้าผา 7.5 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพเป็นป่าไม้ธรรมชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 3..17 ตารางกิโลเมตร (1,981.25 ไร่) แบ่งเป็น

    - ป่าบกที่มีสภาพเป็นป่าดิบแล้งที่กำลังจะกลายเป็นป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้งมีเนื้อที่รวมประมาณ 3.002 ตารางกิโลเมตร (1,876.25 ไร่)

    - ป่าชายเลนมีเนื้อที่ 0.15 ตารางกิโลเมตร (93.75 ไร่)

    - ป่าชายหาดพบเป็นแนวบริเวณชายหาดทั่วไป

นอกจากนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 4.15 ตารางกิโลเมตร (2,593.75 ไร่) ใช้ในการทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา และสวนผลไม้ และพื้นที่อื่นๆ ได้แก่ บังกะโล โรงเรียน และสำนักสงฆ์ร้อยละ 0.88 ของพื้นที่ทั้งหมด มีการใช้พื้นที่และที่ดินเขตชุมชน ที่อยู่อาศัยและกิจกรรมอื่นๆ ส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่บนชายฝั่งตะวันออก พื้นที่แห่งนี้มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นพรุและลำน้ำ แนวสันทรายที่เป็นสภาพธรรมชาติร้อยละ 0.57 ของพื้นที่ทั้งหมด การใช้ที่ดินโดยทั่วไปยังคงมีสภาพที่สอดคล้องกับธรรมชาติและระบบนิเวศดั้งเดิม ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำได้ถูกจัดแบ่งเป็น ชั้น คือคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2,3 และ 4 ที่มีความเหมาะสมต่อการเกษตร พื้นที่ครึ่งหนึ่งควรเก็บรักษาไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ส่วนสภาพทั่วไปของชายฝั่งทะเลรอบเกาะส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นหาดยื่นออกไปนอกฝั่งและมีแนวปะการังล้อมรอบเกาะตลอด  มีแนวปะการังยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ด้านทิศตะวันตก ทิศตะวันออกบริเวณหินก้อน ไตจีนปากอ่าวตก และแหลมหัวกรวด สภาพพื้นผิวทะเลโดยรอบเกาะมีร่องความลึกอยู่ระหว่าง 10-20 เมตร มีความลาดชันไม่สูงนัก ลักษณะการขึ้นลงของน้ำทะเลเป็นแบบน้ำเดี่ยว (diurnal tide) คือ น้ำขึ้นและน้ำลงวันละ 1 ครั้ง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

           พบนกประมาณ 79 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกชาปีไหน (Caloenas nicobarica) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulenera) ได้แก่ นกลุมพู (Ducula aenea) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) นกลุมพูขาว (Ducula bicolorนกแอ่นกินรัง (Collocalia fuciphagus)
            พบปลาในบริเวณรอบเกาะแตน อย่างน้อย 80 ชนิด จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ ปลาทั่วไปที่พบในแนวปะการัง เช่น ปลาสลิดข้างลาย (
Siganus spp.) ปลาสลิดหินบั้ง (Abudefduf lorenzi) และปลาอมไข่ (Apogon sangiensis) ซึ่งมีปริมาณและความหลากหลายน้อย   ปลาที่กินปะการัง เช่น ปลาในวงศ์ปลาผีเสื้อ (Xhaetodontidae spp.) ซึ่งมีปริมาณมาก ทั้งนี้เนื่องจากแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ และกลุ่มสุดท้ายคือ ปลาที่ใช้กินเป็นอาหาร ซึ่งมีปริมาณและความหลากหลายน้อย  ได้แก่ ปลาทรายขาว (Scolopsis affinis) ปลากะพงลายพาด (Lutjanus decusstus) ปลานกแก้วเขียวแถบฟ้า (Scarus ghobban) ปลานกขุนทอง (Choerodon schoenleinii) เป็นต้น
           ปะการังที่พบ เช่นปะการังพุ่ม (Acropora spp.) ปะการังก้อน (Favia spp.) ปะการังผักกาด (Favora spp.) ปะการังเห็ด (Fungia spp.) ปะการังเขากวาง (Acropora formara) ปะการังก้อน (Porites lutea) เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกไม่น้อยกว่า 6 ชนิด ได้แก่ คางคกบ้าน (Bufo melanostictus) เขียดจิก (Rana erythraea) กบหนอง (R. limnocharis) กบนา (R.regulosa) ปาดบ้าน (Polypedates leucomystax) เขียดงู (Ichthyophis  kohtaoensis) และสัตว์เลื้อยคลานจำนวนไม่น้อยกว่า 19 ชนิด เช่น กิ้งก่าบินปีกส้ม (Draco maculatus) จิ้งเหลนต้นไม้ (Dasia olivacea) จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) เป็นต้น
          พืชที่พบมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 420 ชนิด ใน 121 วงศ์ พันธุ์พืชที่พบมีทั้งพืชต่างถิ่นและพืชดั้งเดิมของท้องถิ่นกระจายอยู่ทั่วเกาะ ทั้งในพื้นที่ชุมชน สวนมะพร้าวแม้กระทั่งในป่า ประกอบด้วยพืชต่างถิ่นประมาณ 67 ชนิด ใน 40 วงศ์ ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นพืชที่นำมาปลูกโดยมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน เช่น มะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale) น้อยหน่า (Annona squamosa) บัวบก (Centella asiatica) ตะลิงปลิง (Averrhoa bilimbi) นุ่น (Ceiba pentadra) มะละกอ (Carlya papaya) หางนกยูงฝรั่ง (Delonix regla) เป็นต้น พืชดั้งเดิมที่ขึ้นอยู่ดั้งเดิมตามธรรมชาติในป่าประมาณ 330 ชนิด ใน 97 วงศ์ ไม้ขนาดใหญ่ที่พบเป็นไม้วงศ์ยางและตะเคียน (Dipterocarpaceae) เช่นยางนา (Dipterocarpus alatus) ตะเคียนทอง (Hopea odorata) กระบาก (Anisoptera costata) เคียนทราย (Shorea gratissima) สยาแดง (Shorea leprosula) สะตอ (Parkia speciosa) ขนุนป่า (Artocarpus kemando) หาด (Artrocarpus lakocha) เป็นต้น ส่วนไม้ดั้งเดิมบริเวณป่าชายเลนเป็นไม้วงศ์โกงกาง (Rhizophoraceae) ได้แก่ ถั่วขาว (Bruguiera eylindia) โกงกางหัวสุม (Beuguiera gymnorrhiza) ถั่วดำ (Brugiuera parviflora) และที่พบมากคือ โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        เกาะแตนเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานมาประมาณ 200 ปี โดยประชากรจากเกาะสมุยได้มาบุกเบิกทำสวนยางพารา และสวนมะพร้าว รวมทั้งตัดไม้ส่งไปยังเกาะสมุย จึงเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของเกาะสมุยในอดีต ปัจจุบันไม่มีไม้ใหญ่ให้ตัด ผลผลิตมะพร้าวไม่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งประมงขนาดเล็ก และแหล่งท่องเที่ยวปะการังที่สำคัญของเกาะสมุยมีประชากรอาศัยอยู่ 30 ครัวเรือน เกาะแตนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม กิจกรรมที่สามารถนำเที่ยวได้ ได้แก่ การดูนก การศึกษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและสัตว์ป่า การท่องเที่ยวป่าชายเลน การศึกษาสภาพหินกรวด หาดหิน และหน้าผาชายฝั่ง การศึกษาวิถีชีวิตชุมชน ดำน้ำดูปะการัง และการตกปลาชายฝั่ง เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ชุมชนเกาะแตนได้รวบรวมกลุ่มกันจัดตั้งชมรมอนุรักษ์บ้านเกาะแตน เพื่อดูแลรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของเกาะแตน มีแนวทางให้จัดการอนุรักษ์ให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งในด้านการใช้ทรัพยากร การจัดการชุมชนและการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และนักวิชาการ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและบทบาทของชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ
         - ทรัพยากรประมงโดยเฉพาะปลา หอยมือเสือ เม่นทะเล มีปริมาณและความหลากหลายน้อยลง เนื่องจากการทำประมงอย่างหนักในบริเวณนี้ โดยเฉพาะการทำปลาชิงชังหรือปลากะตัก การทำประมงโดยใช้อวนลอยเข้ามาใกล้แนวปะการังมาก ไม่มีการควบคุมที่ดีพอ ส่งผลให้ประชากรปลารอบเกาะอยู่ในสภาพที่ถูกทำลายอย่างหนัก

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า