หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

ลุ่มน้ำโมงตอนล่าง


ที่ตั้ง : อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
พื้นที่ : 1,500.00  ไร่  (2.40 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 160-165 เมตร
ระวาง : 5544 IV


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         ห้วยน้ำโมงต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูพานถึงภูพระบาท ในเขตอำเภอกุดจับและอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ไหลจากทิศใต้ไปทิศเหนือลงสู่แม่โขงที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ลุ่มน้ำโมงตอนล่างมีสภาพเป็นที่ราบน้ำท่วมถึงของห้วยน้ำโมงและห้วยน้ำโขงหรือเรียกว่า “ พื้นที่ทาม ” ประกอบด้วย ที่ลุ่มชื้นแฉะ หนองน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ที่สำคัญได้แก่ บึงหลวง หนองก่อ หนองปลาปาก บึงกำแพง ซึ่งกรจายอยู่ในอำเภอศรีเชียงใหม่ และหนองฤกษ์ หนองอ้อไน อำเภอท่าบ่อ หนงอน้ำบางส่วนตื้นเขิน เพราะมีตะกอนมาทับถมทุปี ลักษณะดินรอบๆ หนองน้ำ เป็นดินเนื้อละเอียด มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ไม่พบดินเค็ม 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          พื้นที่ทางที่ต่อเรื่องกับหนองน้ำต่าง เดิมปกคลุมด้วยป่าแซงต้นหัวลิง ป่าหัวกะธาตุสลับกับต้นกระทุ่มน้ำ ต้นหัวลิง หญ้าแฝก 
          พบนกอย่างน้อย 4 ชนิด เป็นนกอพยพทั้งหมด ได้แก่ เหยี่ยวด่างดำขาว (Circus melanoleucos) นกหัวโตเล็กขาเหลือง(Charadrius dubius) นกชายเลนน้ำจืด (Tringa glareola) นกปากซ่อมหางพัด (Gallinago gallinago) จำนวนชนิดละ 2-3 ตัว 
            พบปลาอย่างน้อย 47 ชนิด เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) อย่างน้อย 17 ชนิด ปลาหมอ (Anabantidae) อย่างน้อย 4 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus)ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus mysticetus) ปลากดเหลือง (M.nemurus) ปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciata)
        
  ริมหนองน้ำมีหญ้าคา (Imperata cylindrica) โสน (Sesbania roxburghii) และกกสามเหลี่ยม (Scirpus grossus) ไม้ล้มลุก ได้แก่ เสียว (Phyllanthus collinsae) สะแก (Combretum quadrangulare) กลางน้ำมีพืชลอยน้ำ ได้แก่ ผักบุ้ง(Ipomoea aquatica) พังพวยน้ำ (Jussiaea repens)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         - ด้วยลักษณะที่เหมาะสมต่อการผลิตผลทางการเกษตร จึงเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนมาแต่อดีต พบว่าชุมชนที่เก่าแก่มีอายุประมาณ 216 ปี การตั้งถิ่นฐานของชุมชนจะยาวามสายลำห้วย ชุมชนเดิมเป็นพื้นที่หารเกษตรกรรม ได้แก่ การทำนาข้าว ซึ่งพบมากที่สุด การปลูกพืชไร่ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อยังชีพ การปลูกพืชสวนและการเกษตรผสมผสาน รายได้ของครอบครัวเรือนส่วนใหญ่จึงมาจากการเกษตร ประมาณครอบครัวละ 100 , 00 บาทต่อปี มีประเพณีและวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับพื้นที่ มีแหล่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบางหมู่บ้าน และแหล่งพระพุทธองค์ตื้น (สมัยเชียงแสน จึงมีประชาชนมานมัสการประมาณไม่น้อยกวาวันละ 100 คน 
        

การจัดการและการคุกคาม  
 

         -ด้วยลักษณะการเกษตรที่มีผลิตผลสูง ทำให้สภาพการถือครองและการครอบครองที่ดินรอบๆ พื้นที่ลุ่มน้ำโมงเป็นที่กรรมสิทธิ์ของบุคคล กล่าวคือจำนวนร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นที่โฉนด และที่เหลือเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ทำนาข้าวและปลูกพืชสวน 
ถูกคุกคามโดยโครงการขุดลอกแหล่งน้ำ การขยายตัวของชุมชน การกัดเซาะของตลิ่ง เนื่องจากการตัดไม้ริมน้ำการสร้างฝายซึ่งทำให้น้ำไหลน้อยลง การระบายิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย เกิดภัยน้ำท่วม ทำให้พืชพรรณทางการเกษตรเสียหาย การกัดเซาะทรุดตัวของตลิ่งภัยจากน้ำท่วมซึ่งส่งผลกระทบต่อที่นาและไร่พืชสวน เนื่องจากพื้นที่ถูกพัฒนาด้วยระบบประตูบังคับน้ำเพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้น และป้องกันการไหลเข้าของแม่น้ำโขงจึงเป็นพื้นที่เขตเกษตรกรรมที่สำคัญ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของหมู่บ้านขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงมีโอกาสการก่อสร้างโครงงานอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะฝั่งขวาของลำน้ำ และการขยายตัวของชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ติดลำห้วยมักนำขยะมากทิ้งหรือเผาทิ้งทำให้เกิดผลกระทบได้

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า