หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

แม่น้ำมูลและบุ่งทาม


ที่ตั้ง : อำเภอพุทโธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอสตึก อำเภอชุมพลบุรี
         อำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมือง          จังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่ : 377,500.00  ไร่  (604.00 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 110-140 เมตร
ระวาง : 5540 II, 5640 III, 5639 I, IV, 5739 I, IV


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         แม่น้ำมูล มีสภาพเป็นที่ราบเรียบถึงลูกคลื่นเล็กน้อย บริเวณติดแม่น้ำเป็นบริเวณค่อนข้างราบเรียบ ขณะที่ห่างจากฝั่งแม่น้ำออกไปสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่น เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วม แต่บางส่วนที่อยู่ห่างจากลำน้ำมูลไปจะพบลานตะพักลำน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่พบดินเค็มแต่มีปริมาณไม่มาก ดินที่พบนั้นมีคราบเกลือไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ มีลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูลหลายสาขา มีป่าริมน้ำเป็นป่าไผ่ สะแก และป่าเต็งรังขึ้นอยู่ถัดจากป่าริมน้ำเป็นหย่อมๆ มีชุมชนอาศัยหนาแน่นตั้งแต่อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ถึงขอบเขตจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากแม่น้ำมูลความยาวมาก จึงมีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในบริเวณที่ลุ่มหรือสันติริม 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          แม่น้ำมูลเป็นแม่น้ำที่มีความยาวมาก และมีป่าริมน้ำเป็นหย่อมๆ กระจัดกระจายอยู่ จึงมีความหลากหลายของสัตว์น้ำและพืชพรรณ 
            พบปลาอย่างน้อย 109 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ ปลาเอินคางมุม (Probarbus labeamajor) ปลาเทพา (Pangasius santiwangsei) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาหมากผาง (Tenualosa thibaudeaui) ปลาแมวหูดำ (Setpinna melanochir) ปลานวลจันทร์น้ำจืด (Cirrhinus microlepsis) ปลาชะอี (Mekongina erythrospila) ปลาหมูครีบแดง (Botia eos) ปลาแขยงธง (Heterobagrus bocourti) ปลาปีกไก่ (Kryptopterus hexapterus) ปลาจิ้มฟันจระเข้ (Doryichthys sp.) พบปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) หลากหลายชนิดที่สุด รองลงมา ได้แก่ วงศ์ Pangasidae และ Bagridae ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) ปลาไส้ตัน (Cyclochilicthys repasson) ปลาขี้ยอก(Mystacoleucus marginatus) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลาไน (Cyprinus carpio) ปลารากกล้วย (Acanthopsis choirorhynchos) ปลาหมูขาว (Botia modesta) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus mysticetus) ปลากดเหลือง (M. nemurus) ปลาเนื้ออ่อน (Ompok Hypophthalmus) ปลาชะโอน (O. bimaculatus) ปลาสักกะวาด (Laidea hexanema) ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาข้าวเม่า (Parambassis notatus) ปลาช่อน (Channa striatus) ปลาหลด (Macrognathus siamensis) 
        
  พบพืชน้ำอย่างน้อย 7 ชนิด พืชไต้น้ำ ได้แก่ สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) บริเวณชายน้ำพบกกสามเหลี่ยม(ScirPus grossus) เอื้องเพ็ดม้า (Polygonum tomentosum) ไม้พุ่มได้แก่ เสียว (Phyllanthus collinsae) หูลิง(Hymenocardia wallichii) กระโดนน้ำ (Barringtonia acutangula) และไม้เลื้อย ได้แก่ เนาน้ำ (Artabotrys spinosus)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ จึงเป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน หมู่บ้านส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 100 ปี หลายหมู่บ้านมีอายุของชุมชนระหว่าง 300 – 500 ปี กระจายตามสายน้ำ ประชากรเกือบทั้งหมดมีบรรพชนอพยพมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บางหมู่บ้านสืบเชื้อสายมาจากเขมร กูย (ส่วย) มีประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ เป็นแหล่งอาหารทั้งพืชผักธรรมชาติ สัตว์น้ำ สัตว์ป่าขนาดเล็ก และพืชพันธุ์ธรรมชาติ เช่น กา ผือ ซึ่งนำไปทำอุตสาหกรรมครัวเรือน หรือเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำประกอบการผลิต มีการทำการเกษตร ปลูกพืชสวนครัว เลี้ยวสัตว์ เก็บของป่า ล่าสัตว์และทำสวนป่ายูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมชนตลอดจนสายน้ำ 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - เป็นที่สาธารณประโยชน์หรือที่ นสล. กฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินที่ว่าด้วยที่สาธารณประโยชน์แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงเขตที่ นสล. นอกจากนี้บางส่วนได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และมีหลายหมู่บ้านที่มีการจัดการอนุรักษ์ โดยไม่มีกฎระเบียบให้อิสรเสรี นอกจากนี้มีการดำเนินมาตรการให้แม่น้ำมูลเป็นพื้นที่อนุรักษ์ เขตหวงห้าม เขตห้ามดักจับสัตว์น้ำ-สัตว์ป่าผิดวิธี และมีการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนร่วมมือกันดูแลรักษา รวมทั้งออกกฎระเบียบในพื้นที่ตำบล  
         - จากสภาพปัญหาในพื้นที่ทามมูลเกิดการตื้นเขิน น้ำแห้งในฤดูแล้ง น้ำท่วมในฤดูฝน การสร้างฝาย ทำให้น้ำท่วมยาวนาน คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง ปลาและสัตว์น้ำมีปริมาณลดลง เกิดการบุกรุกที่สาธารณะ ทำลายป่า ปลูกป่ายูคิลิปตัสทดแทน บ้านเรือนปลูกในเขตพื้นที่ทามมากขึ้นเกิดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชน 
         - การเจริญเติบตางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบพื้นที่ชุ่มน้ำ ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งขนาดชุมชน จำนวนประชากรและการสร้างสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำทามมูลมีแนวโน้มเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า