หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง


ที่ตั้ง : ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เนื้อที่ : 63,750 ไร่
ความสูงจากระดับน้ำทะเล : โดยเฉลี่ยประมาณ 0 - 396 เมตร
ระวาง : 4928 I

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

               เนื่องจากหมู่เกาะอ่างทองมีศักยภาพของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติในลักษณะไป– กลับ จึงมีนักท่องเที่ยวจากเกาะสมุยเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นประจำทุกวัน ความขุ่นของน้ำทะเลค่อนข้างต่ำถึงมาก ทำให้ไม่เหมาะต่อการท่องเที่ยวในการนั่งดูปะการังน้ำตื้นเนื่องจากน้ำค่อนข้างขุ่น
-  บริเวณหมู่เกาะอ่างทองเป็นแหล่งที่เรียกว่า “ ช่องอ่างทองการทำประมง”เป็นแหล่งเพาะฟักของปลาในวัยเจริญพันธุ์และวัยอ่อนของสัตว์เศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาทู แต่การคุกคามจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น อวนรุน อวนลาก ที่มีปริมาณค่อนข้างมาก รวมทั้งมลพิษจากอ่าวบ้านดอน ทำให้คุณภาพน้ำไม่อยู่ในระดับมาตรฐาน ส่งผลทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมต่อปริมาณสัตว์น้ำของปริมาณหมู่เกาะอ่างทอง มีมาตรการปิดอ่าวในช่วงฤดูที่ปลาวางไข่ซึ่งจะช่วยชะลอการลดลงของประชากรสัตว์น้ำได้ในระดับหนึ่ง 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             สภาพทางชีวภาพ พบนกไม่น้อยกว่า 53 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลน ประมาณ 10 ชนิด นกประจำถิ่น 32 ชนิด เช่นนกยางเขียว (Butorides striatus) เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการผสมพันธุ์ 9 ชนิด เช่น นกยางดำ (Dupetor flavicollis) นกปากซ่อมดง (Scolopax rusticola) นกเด้าดิน(Actitis hypoleucos) ชนิดนกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกเงือกดำ (Anthracoceros malayanus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกออก (Haliaeetus leucogaster) นกลุมพูขาว (Ducula bicolor) นกลุมพู (D. aenea) นกแอ่นกินรัง (Aerodramus fuciphagus) เหยี่ยวแดง

   - สังคมพืชธรรมชาติประกอบด้วยป่าดงดิบแล้ง ครอบคลุมพื้นที่ของเกาะขนาดใหญ่ ป่าชายเลนเป็นป่าโปร่งขึ้นบริเวณแคบๆตามชายหาดและเชิงเขาชายทะเลทั่วไปของเกาะต่างๆ ป่าเขาหินปูนพบเฉพาะบริเวณเทือกเขาหินปูนซึ่งมีชั้นดินน้อย ป่าชายเลนพบอยู่น้อยมาก บริเวณซอกหินที่มีหาดทรายหรือหาดเลน สภาพป่าเป็นป่าชายเลนเกิดใหม่และมีขนาดเล็ก พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นโกงกางใบเล็ก

   - พบปลาชุกชุม ได้แก่ ปลาทู (Rastrelliger sp.) ปลาลัง (R. kanagurta) ปลาเก๋าดอกแดง (Epinephelus fasciatus) ปลาปากคม (Saurida sp.) ปลาสีกุน (Caranx sp.) ปลากระเบนจุดขาว (Dasyatis gerrardi) ปลาทรายแดง (Nemipterus sp.) ปลาหลังเขียว (Amblygaster clupeoides) ปลาโคก(Anodontostoma chacunda) ปลากะตัก (Stolephorus indicus) ปลาจวด(Johnius aneus) ปลาตาหวาน (Priacanthus tayenus) ปลาอินทรี (Scomberomorus sp.) ปลาตามแนวปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดหินดำ (Pomacentrus spp.) ปลาสลิดหินบั้ง (Abudefduf spp.) ปลาสลิดหินเขียว (Abudefduf sp.) ปลาสลิดหินจุด (Siganus spp.) ปลาข้าวเม่าน้ำลึก (Holocentrus sp.) ปลาผีเสื้อลายแปดเส้น (Chaetodon octofascistus) ปลาผีเสื้อปากยาวจุดขาว (Chelmon rostratus) ปลากระทุงเหว (Hemirhamphus sp.) ปลานกแก้ว(Callyodon spp.) ปลาสร้อยนกเขา (Plectorhynchus pictus) ปลาการ์ตูนอินเดียแดง (Amphiprion perideraion) ปลาพยาบาล (Labroides dimidiatus)

    -  พบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกน้อยมากเพียง 5 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างน้อย 16 ชนิด เช่น ค่างแว่นถิ่นใต้ (Presbytis obscura) นากใหญ่หัวปลาดุก (Lutra sumatrana) โลมา (Aerodramus sp.) และวาฬ เป็นต้น และปะการังที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด (Porites spp.) ปะการังกิ่ง (Acropora spp.) ปะการังแผ่น (Pavona spp.) นอกจากนี้มีปะการังเห็ด (Fungia spp.) ปะการังพุ่ม (Pocillopora spp.) ปะการรังกิ่งเล็ก (Montipora digitata) ปะการังกาแลกซี (Galaxea spp.) ปะการังถ้วยสมอ (Lobophyllia spp.) ปะการังใบร่องหนาม (Merulina spp.) ปะการังน้ำตาลเขียว (Dendrophyllia spp.) ปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora spp.) ปะการังผึ้ง (Goniastrea spp.) ปะการังสมอง (Platygyra spp.)

   -  แนวปะการังบริเวณนี้มีการเจริญเติบโตน้อย เนื่องจากได้รับอิทธิพลของตะกอนจากแม่น้ำตาปี ประกอบกับพื้นที่ทะเลมีความลึกน้อย กระแสน้ำระหว่างเกาะไหลแรง ทั้งอาจจะได้รับการกวนตะกอนจากประมงอวนลาก และพบการคราดหอยหลายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำบริเวณนี้มีความโปร่งใสน้อย จึงเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการแพร่กระจายของปะการังจำนวนชนิดมีน้อย ที่เด่นและพบมากคือ ปะการังโขด ปะการังกิ่ง ปะการังแผ่น เป็นต้น

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

            -  บริเวณโดยรอบหมู่เกาะอ่างทองเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์น้ำที่สำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ ปลาทู เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญลักษณะเด่นคือ มีทะเลใน 3 แห่ง อยู่บนเกาะวัวตาหลับซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาหมู่เกาะอ่างทอง 2 แห่ง อยู่บนเกาะแม่เกาะ 1 แห่ง มีลักษณะเป็นพื้นที่อยู่ภายในวงเล็บของหน้าผาสูงชัน 
เกาะสามเส้า เป็นแหล่งปะการังซึ่งค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ วางตัวในแนวเหนือ – ใต้ เกาะท้ายเพลาเป็นจุดที่มีแนวปะการังน้ำตื้นสวยงามแห่งหนึ่งของอุทยานฯ
           -  หมู่เกาะอ่างทองประกอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหลายรูปแบบ เช่น หาดทราย หาดหิน ป่าชายเลน และแนวปะการัง เป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของพืช และสัตว์โดยบางชนิดจัดเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น ได้แก่ กล้วยไม้นารี ช่องอ่างทอง (Paphiopedilum niveum) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ นกเงือกดำ 
(Anthracoceros malayanus) สถานภาพใกล้ถูกคุกคาม เช่น นกออก(Haliaeetus laucogaster) นกลุมพูขาว (Ducula bicolor)

การจัดการและการคุกคาม  
 

           -ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 174 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 
           - มีมาตรการปิดอ่าวในช่วงฤดูปลาวางไข่ ซึ่งจะช่วยชะลอการลดลงของประชากรของสัตว์น้ำได้ในระดับหนึ่ง
           -  บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง เป็นลักษณะที่เรียกว่า "ช่องอ่างทองของการทำการประมง" หมายถึง เป็นแหล่งเพาะฟักของปลาในวัยเจริญพันธุ์และวัยอ่อนของสัตว์เศรษฐกิจ ได้แก่ปลาทู แต่การคุกคามจากการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น อวนรุน อวนลาก ที่มีปริมาณค่อนข้างมาก รวมทั้งมลพิษจากอ่าวบ้านดอน ทำให้คุณภาพน้ำไม่อยู่ในระดับมาตรฐาน ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อปริมาณสัตว์น้ำของบริเวณหมู่เกาะอ่างทอง
           - นักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้น้ำทะเลขุ่น ไม่เหมาะต่อการท่องเที่ยวดูปะการังน้ำตื้น

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า