หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

หนองหลวง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
         เนื้อที่ 14.7136 ตารางกิโลเมตร (9 , 916 ไร่)
ประเภทแหล่งน้ำนึ่งตลอดปี แหล่งน้ำจืดมีน้ำตลอดปี และมีน้ำบางฤดู

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

             หนองหลวงมีพื้นที่ 14.7136 ตารางกิโลเมตร (9 , 916 ไร่) ส่วนกว้างที่สุด 4 กิโลเมตร ยาวที่สุด
7 กิโลเมตร ดงป่าลันที่พื้นที่ประมาณ 0.8 ตารางกิโลเมตร (500 ไร่) หนองหลวงเป็นแหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
ในจังหวัดเชียงราย เดิมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติที่ประกอบด้วยกลุ่มหนองน้ำขนาดเล็ก เกาะ และป่ากก มีทุ่งหญ้า
และนาข้าวบริเวณขอบหนอง และบริเวณฝั่งน้ำแม่สกึ่น ต่อมาได้มีการสร้างเขื่อนดินปิดปากหนองหลวงกั้นลำน้ำ
แม่สกึ่น สร้างและปรับปรุงฝายคอนกรีตและประตูระบายน้ำ ทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น จนกลายเป็นแหล่งน้ำ
ขนาดใหญ่มีเกาะ 8 เกาะ 

             พื้นที่หนองหลวงอยู่ในบริเวณที่เป็นตะพักลุ่มน้ำที่เกิดจากตะกอนค่อนข้างใหม่ ประกอบด้วยหน่วยดิน
คล้ายดินชุดหางดง ชุดดินเชียงราย และชุดดินเรณู สภาพการใช้ที่ดินในบริเวณโดยรอบพื้นที่หนองหลวง ในปัจจุบัน
เป็นลักษณะการใช้เชิงก้าวหน้าค่อนข้างสูงทั้งทางด้านเกษตรกรรมลางด้านบริโภคต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว บ่อปลา พื้นที่ลุ่มชื้นและแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น และแหล่งน้ำเค็ม รวมกันเป็นพื้นที่ประมาณ 46.4 ตารางกิโลเมตร
(29,000 ไร่) คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             เป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำแบบปิดที่เต็มไปด้วยพันธุ์พืชน้ำ พบนกอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่ เป็ดผีเล็ก 
(Tachybaptus ruficollis) นกยางกรอบพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica)และนก
กระเต็นน้อยธรรมดา (Alcedo atthis) สาเหตุที่นกทึกชนิดมีความชุกชุมน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะมีการทำประมง
ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวทำให้รบกวนที่อยู่อาศัยของนก 

             พบปลาอย่างน้อย 25 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน 
(Clarias batrachus) ชนิดที่ยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (threatened in the wild)
และเป็นพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic) ได้แก่ ปลากัดไทย (Betta splendens) 

             พบพันธุ์ไม้นานาชนิด โดยพบพืชชายน้ำมากที่สุด รองลงมาคือพืชลอบน้ำ พืชโผล่เหนือน้ำและพืชใต้น้ำ
พืชชายน้ำที่พบหนาแน่นและพบได้ทั่วไป ได้แก่ หญ้าคา (Imperaa cylindrica) บอน (Colocasia antiwquarum) 
ผักป็ดน้ำ (Alternanthera riandra) ไมยราบยักษ์ (Mimosa pigra) จอก (Pistia stratiotes) และกระจ่อม (Trapa
quadrispinosa
) โดยมีพืชที่กำลังแพร่ระบาดและทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากมีการคุกคามได้ยาก คือ ไมยราบยักษ์

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดปัญหาอุทกภัย และเป็น
แหล่งน้ำสำหรับการเกษตรในฤดูแล้ง และการอุปโภคบริโภครวมไปถึงเป็นแหล่งทำการประมงของชุมชนในหมู่บ้าน
ต่างๆ ซึ่งมีรายได้โดยเฉลี่ย 150 – 200 บาทต่อวัน นอกจากนี้หนองหลวงยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการเกษตร
การประกอบอาชีพของชุมชน คือ ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ อาชีพ ได้แก่ ค้าขายและรับจ้าง ทำให้ชุมชนที่อาศัย
บริเวณรอบหนองหลวงมีรายได้เฉลี่ 20 , 000 บาทต่อปี มีการค้นพบเสาโบราณขนาดใหญ่และพบของโบราณ
ตามเกาะต่างๆ

การจัดการและการคุกคาม  
 

          พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงเป็นที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่รอบหนองน้ำมีการออกเอกสารสิทธิ์ประเภทโฉนด
ประมาณร้อยละ 70 และประมาณร้อยละ 30 มีเอกสารสิทธิ์ประเภท นส. 3 ในระยะปี พ.ศ. 2530 – 2535
บริเวณรอบหนองน้ำมีการเปลี่ยนแปลงมือจากชุมชนในท้องถิ่นเป็นกลุ่มนายทุนต่างถิ่นไม่มีการจัดรูปแบบใน
การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ในภาพรวม แต่มีการดูแลพื้นที่ในเขตของตัวเอง โดยชุมชน เช่น การห้ามล่าสัตว์
ประเภทห้ามใช้กระแสไฟฟ้าจับปลา อวนตาถี่ ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ (เดือนกรกฎาคม) ห้ามกั้นเฝือก บริเวณ
หนองหลวงด้านใต้ฝายเป็นที่ตั้งของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีที่พักและอุปกรณ์ เครื่องมือในการ
วิจัยทางด้านนิเวศวิทยาของน้ำบางส่วน

          จังหวัดเชียงราย ตั้งเป้าหมายปรับปรุงหนองหลวงเพื่อใช้ในการเกษตร ขยายเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ป้องกันและ
บรรเทาอุทกภัย และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยเริ่มจากการสร้างเขื่อนคันดินตามขอบหนองหลวง
มีการดำเนินงานของรัฐในการขุดลอกหลองน้ำ ไม่มีการศึกษารูปแบบในการขุดลอกและการทิ้งดินในบริเวณหนองน้ำ
ที่ชัดเจน ชุมชนที่อยู่อาศัยมีการทำการประมงผิดกฎหมาย สภาพหนองหลวงมีปริมาณวัชพืชที่มีอยู่จำนวนมาก มีผล
ให้หนองน้ำตื้นเขิน นอกจากนี้ยังมีปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ เนื่องจากการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ในช่วงปี พ.ศ.
2530 – 2535 ซึ่งทำให้ที่ดินมีราคาแพง ประกอบกับพื้นที่หนองหลวงไม่ได้รับการดูแลหรือควบคุมการใช้ประโยชน์
และมีการครอบครองสิทธิ์ในพื้นที่สาธารณะบางส่วน ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในการใช้น้ำของกลุ่มเกษตรกร

          พื้นที่บริเวณหนองน้ำถือครองโดยกลุ่มนายทุนต่างถิ่นดังนั้นจึงมีการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรค่อนข้างน้อย
มีการขุดลอกหนองหลวงมีการขุดดินกำจัดวัชพืช โดยไม่มีการศึกษาและวางแผนในการบูรณะและอนุรักษ์แหล่งน้ำ
ที่ชัดเจน พื้นที่บริเวณด้านหน้าของสถานีประมงน้ำจืดกำลังดำเนินการดูดทรายและนำไปถมพื้นที่หนองน้ำ เนื้อที่
ประมาณ 0.032 ตารางกิโลเมตร (20 ไร่) เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และสถานพักผ่อน ร้านค้า ร้านอาหาร
นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณายกพื้นที่เกาะแม่หม้ายให้แก่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อจัดตั้งเป็น
สถานศึกษาสาขาการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ในปี พ.ศ. 2541 ได้ดำเนินการขุดลอกห้วยพระยาเกา ห้วยเรียงหวาย
เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้ลงสู่หนองหลวงเพิ่มมากขึ้น โดยใช้งบประมาณจากการชลประทาน

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า