หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


 

พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

อ่าวปากพนัง


ที่ตั้ง : อำเภอปากพนัง อำเภอเมือง   จังหวัดนครศรีธรรมราช
พื้นที่ : 93,750.00  ไร่  (150.00 ตร.กม.)
ความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 0.7 - 1.5 เมตร
ระวาง : 5025 IV, 5026 III 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         ป่าชายเลนปากแม่น้ำปากพนังเป็นป่าชายเลนที่มีพื้นที่มาก มีทั้งป่าชายเลนฝั่งทะเลด้านนอก และป่าชายเลนปากแม่น้ำปากพนังทั้งสองฝั่ง บริเวณแหลมตะลุมพุกด้านตะวันออกมีหาดทรายยาวประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณหลังหาดทรายแหลมตะลุมพุกซึ่งเป็นปากแม่น้ำปากพนัง เป็นป่าชายเลนมีเนื้อที่ประมาณ 69.874 ตารางกิโลเมตร (43,671 ไร่) บางส่วนถูกบุกรุกและแปรสภาพไปเป็นนากุ้ง บริเวณชายหาดเลียบไปตามถนนถึงปลายแหลมตะลุมพุก มีต้นสนทะเลขึ้นเรียงรายอยู่ตามชายหาดจนเกือบจรดปลายแหลม คงเหลือพื้นที่ดินเลนและหาดทรายแหลมยาวออกไปอีกประมาณ 500 เมตร บริเวณแหลมตะลุมพุกเคยถูกพายุใต้ฝุ่นทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่นๆ ตลอดจนชีวิตชุมชนเสียหายอย่างรุนแรง เมื่อ พ.ศ. 2505 แต่ปัจจุบันได้มีชุมชนเข้าไปจับจองอยู่อาศัย และทำนากุ้งอย่างหนาแน่นกว่าเดิม สำหรับป่าชายเลนปากแม่น้ำปากพนังด้านตะวันออกถูกทำลายไปจนหมดสภาพและได้เปลี่ยนไปเป็นนากุ้งและหาดเลน

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          สังคมพืชธรรมชาติที่สำคัญคือป่าชายเลน นอกจากนี้มีหาดเลน ที่เป็นแหล่งหากินของสัตว์หลายชนิด และเป็นแหล่งทำการเพาะเลี้ยงที่สำคัญ
                พันธุ์ไม้ชายเลนที่สำคัญ ได้แก่ โกงกางใบเล็ก (Rhizopora apiculataโกงกางใบใหญ่ (R. mucronataลำพู (Sonneratia caseolarisแสมขาว (Avicennia albaแสมทะเล (A. marinaโปรง (Ceriops spp.) บริเวณห่างจากทะเลพบตาตุ่มทะเล (Excoeoaria agallochaตะบูนขาว (Xylocarpus granatumถั่วขาว (Bruguiera cylindricaและจาก(Nypa fruticansพืชพื้นล่างมีหญ้าแปรงหมู (Fimbristylis paucifloraและสำมะงา(Clerodendrum inermeสนทะเล (Casuarina equisetifoliaและมะพร้าว ตามชายหาดที่เป็นหมู่บ้าน พบส่วนบริเวณปลายแหลมเป็นสนทะเลล้วน
           พบนกชายเลนอย่างน้อย 
13 ชนิด เป็นจำนวนนับพันตัวได้แก่ นกหัวโตหลังจุดสีทอง(Pluvialis fulvaนกหัวโตเล็กขาเหลือง (Charadrius dubiusนกทะเลขาแดงลายจุด(Tringa erythropusนกทะเลขาแดงธรรมดา (T. totanusนกทะเลขาเขียว (T. nebularia)นกชายเลนบึง (T.stagnatilisนกชายเลนน้ำจืด (T. glareolaนกเด้าดิน (Actitis hypoleucosนกสติ๊นท์อกเทา (Calidris temminckiiนกชายเลนปากโค้ง (C. ferruginea) นกตีนเทียน (Himantopus himantopusเป็นต้น นกที่มีจำนวนมากได้แก่ นกทะเลขาแดง และนกชายเลนบึง นอกจากนี้ยังพบ นกซ่อมทะเลอกแดง (Limnodromus semipalmatus) ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatenedชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ นกตะกรุม (Leptoptilos javanicusชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มสูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่นกซ่อมทะเลอกแดง ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกนางนวลแกลบเล็ก และนกแอ่นกินรัง มีรายงานการพบนกตะกรุม จำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณป่าชายเลน ที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแหลมตะลุมพุก บริเวณปลายแหลมตะลุมพุก และหาทรายด้านตะวันออกเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของนกนางนวลแกลบเล็ก  (Sterna albifrons)  หมู่ต้นไม้บริเวณปลายแหลมเป็นที่พักพิงของนกอัญชันป่าขาแดง (Rallina fasciataนกแต้วแล้วธรรมดา (Pitta moluccensisและนกแต้วแล้วอกเขียว (P. sordidaนอกจากนี้ยังมีนกแอ่นกินรัง(Aerodramus fuciphagusจำนวนหมื่นกว่าตัวที่ทำรังและหาอาหารในบริเวณนี้ และให้ผลประโยชน์แก่ท้องถิ่นมาก บริเวณป่าสนและพุ่มไม้มีนกเขนน้อยคิ้วขาว (Lalage nigraสร้างรังวางไข่ และอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นบริเวณเหนือสุดที่พบนกชนิดนี้
            พบปลาอย่างน้อย 50 ชนิดในบริเวณป่าชายเลน ที่สำคัญได้แก่ ปลานวลจันทร์ทะเล(Chanos chanosปลากะพงขาว (Lates calcariferปลาแป้น (Leiognathus spp.หลายชนิด ปลากระบอก (Mugil spp.)  ปลาข้าวเม่า (Ambassis spp.) เป็นต้น
            พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอาศัยในป่า ตามแนวชายฝั่งตะวันออกพบเสือปลา ชะมด และอีเห็นชนิดต่างๆ

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         - รายได้ของชุมชนส่วนใหญ่ได้จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจำพวกกุ้ง หอยแครง และการประมงอื่นๆ ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของท้องถิ่น บริเวณปากแม่น้ำเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเดินเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือประมง และการขนส่งทางน้ำ มีการนำไม้จากป่าชายเลนมาใช้ทำฟืน เผาถ่าน ก่อสร้าง และทำเครื่องมือเครื่องใช้ มีการทำนากุ้งอย่างกว้างขวาง บริเวณใกล้หาดทรายมีการทำสวนมะพร้าว นอกจากนี้ยังหารายได้พิเศษจากการเก็บรังนก โดยนกนางแอ่นกินรังเข้าไปสร้างรังในบริเวณอาคารหลายแห่ง   

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ป่าทั้งหมดถูกกำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณปลายแหลมตะลุมพุก 0.565 ตารางกิโลเมตร (353 ไร่) ป่าสงวนแห่งชาติปากพนังฝั่งตะวันตก 13.059 ตารางกิโลเมตร (8,162 ไร่) และป่าสงวนแห่งชาติปากพนังฝั่งตะวันออก 56.25 ตารางกิโลเมตร (35,156 ไร่) รวมแล้วเนื้อที่ผืนป่าชายเลนแห่งนี้มีพื้นที่ถึง 69.874 ตารางกิโลเมตร (43,671 ไร่) ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจนากุ้งเข้ามามีบทบาทในพื้นที่บริเวณชายฝั่งแถบนี้มาก ดังนั้นป่าชายเลนจึงถูกทำลายลงอย่างมาก การบุกรุกป่าชายเลนยังคงมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
         - มีการลักลอบตัดไม้ และแผ้วถางป่าชายเลน เนื่องจากต้องการพื้นที่สำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หากมรการสร้างท่าเรือน้ำลึกขึ้นแล้วป่าชายเลนก็จะต้องถูกทำลายเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะมีขึ้น ในขณะนี้กำลังมีปัญหาจากการตื้นเขินและเกิดสันดอน บริเวณปากแม่น้ำทำให้เดินเรือไม่สะดวก อีกทั้งยังเกิดน้ำท่วมรุนแรงยิ่งขึ้นในฤดูน้ำหลาก 

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า