หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

ป่าชายเลนปะเหลียน-ละงู 


ที่ตั้ง : อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง และอำเภอทุ่งหว้า อำเภอละงู          จังหวัดสตูล 
พื้นที่ : 195,000.00  ไร่  (312.00 ตร.กม.)
ระดับน้ำทะเล 0.5-3 เมตร
ระวาง : 4922 I , 4923 II, III 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         ชายฝั่งทะเลตั้งแต่ปากน้ำปะเหลียน จังหวัดตรัง ลงมาถึงปากคลองปากบาราในอำเภอละงู จังหวัดสตูล ปกคลุมด้วยป่าชายเลนรุ่นใหม่และป่าชายเลนดั้งเดิมรอบปากลำคลองขนาดใหญ่ 6 สายได้แก่ คลองปะเหลียน คลองหวายดน คลองสุโสะ คลองหลักขัน คลองแระ และคลองบุโบย และลำคลองขนาดเล็ก ได้แก่ คลองตะเสะ คลองทุ่งหว้า คลองสังหยุด คลองบาราบี คลองวังวน คลองย่านชื่อ คลองดู่ คลองบางใหญ่ คลองละงู คลองบ่อเจ็ดลูก และคลองปากบารา มีชายฝั่งทะเลที่เว้าเข้าไปเป็นเวิ้งใหญ่ๆ มีหาดเลนแคบๆ และมีหาดทรายอยู่บ้าง ป่าชายเลนในบริเวณนี้มีการเจริญเติบโตทดแทนป่าชายเลนเดิมที่ผ่านการทำไม้ในระดับดี มีการทำนากุ้งอยู่บ้าง การแปรผันของน้ำค่อนข้างสูง และขึ้นอยู่กับฤดูกาล 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          ป่าชายเลนที่ติดกับบริเวณปากคลอง ตัวอย่างเช่น บริเวณบ้านหยงสตาร์ ปากคลองสุโสะ พบแสมขาว (Avicennia albaแสมทะเล (A. marina) ลำแพน (Sonneratia ovata) โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ตาตุ่มทะเล (Exoecaria agallocha) ตะบูนขาว(Xylocarpus granatum) โกงกางหัวสุม (Bruguiera gymnorrhiza) ถั่วขาว  (Bruguiera cylindrica) และโปรงแดง (Ceriops tagal) เบื้องล่างของป่าปกคลุมด้วยเหงือกปลาหมอดอกม่วง (Acanthus ilicifolius)
          ป่าชายเลนปากแม่น้ำบาราและชายฝั่งทะเลอันดามันฝั่งทิศตะวันตกไม่มีบ้านเรือนของชาวประมงอยู่อาศัย สภาพป่าจึงสมบูรณ์มาก ไม้เด่นที่พบเป็นพวกแสมขาว และโกงกางใบเล็ก ลึกเข้ามาตามลำคลองปากบารา มีป่าชายเลนทั้งสองฝั่งคลองและมีบ้านเรือนของชาวประมงกระจายอยู่ตามลำคลองทั่วไป ไม้เด่นที่พบ ได้แก่ แสมดำ  (Avicennia officinalis)ตะบูนดำ (Xylocarpus moluccensis) ตาตุ่มทะเล  แสมทะเล โปรงขาว  (Ceriops decandra) จาก  (Nypa fruticans ) ถั่วขาว น้ำนอง  (Brownlowia parviflora) ตะบูนขาว โกงกางใบเล็ก และถั่วดำ  (Bruguiera parviflora) พื้ชชั้นล่างเป็นพวกเหงือกปลาหมอดอกม่วง ถอบแถบน้ำ  (Derris trifoliata) เถากระเพาะปลา  (Finlaysonia maritima) และผักเบี้ยทะเล (Sesuvium portulacastrum)

                บริเวณนี้มีความสำคัญต่อนกอพยพอีกแห่งหนึ่ง เคยมีรายงานการพบนกน้ำถึง 2,450ตัว ตามแนวชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นป่าชายเลนและหาดเลนในบริเวณนี้
            พบนกอย่างน้อย 90 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลนอย่างน้อย 40ชนิด เช่น นกยางลายเสือ  (Gorsachius melanolophus) นกหัวโตหลายชนิด (Charadrius spp.) นกทะเลหลายชนิด (Tringa spp.) เป็นต้น  เป็นนกประจำถิ่นอย่างน้อย 54 ชนิด เช่น นกเป็ดผีเล็ก(Tachybaptus ruficollis) นกยางไฟ (Ixobrychus spp.) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกกระเต็น (Halcyon spp.) เป็นต้น  นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการผสมพันธุ์ 34 ชนิด เช่นนกยาง (Egretta spp.) นกหัวโตหลังจุดสีทอง (Pluvialis fulva) นกอีก๋อยเ ป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) ได้แก่ นกตะกรุม (Leptoptilos javanicus) นกหัวโตมลายู (Charadrius peronii) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง(critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ นกกระสาใหญ่ (Ardea sumatrana) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกกระสานวล (Ardea cinerea) นกกระสาแดง (A. purpurea) นกตะกรุม นกหัวโตมลายู ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกออก (Haliaeetus leucogaster) เหยี่ยวฮอบบี้ (Falco severus)

           พบปลาอย่างน้อย 50 ชนิด ที่พบมากและเป็นปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลานวลจันทร์(Chanos chanos) และปลากะพงขาว (Lates calcarifer) ชนิดอื่นๆ เช่น ปลาตาเหลือก(Megalops cyprinoides) ปลากระบอก (Mugil spp.) หลายชนิด ปลาข้าวเม่า  (Ambassis spp.)หลายชนิด ปลาแป้น (Leiognathus spp.) หลายชนิด เป็นต้น

            พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในป่าชายเลน ได้แก่ ลิงแสม (Macaca fascicularis) นากเล็บสั้น (Amblonyx cinerea)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         -ป่าชายเลนบริเวณนี้สามารถอำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงในรูป ฟืน ถ่าน และผลผลิตอื่นๆ กับผลประโยชน์ทางอ้อมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้มีการประมูลโดยการจับปลา หาปู เลี้ยงปลาในกระชัง ทำนากุ้ง และการทำไม้สัมปทานโครงการป่าเลน บริเวณใกล้เคียงมีการทำสวนยางพาราและสวนมะพร้าว 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ป่าชายเลนส่วนใหญ่อยู่ในเขตอนุรักษ์ เคยเป็นป่าสัมปทานโครงการป่าเลน ซึ่งมีการทำไม้และปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทาน
         - ป่าชายเลนบ้านตะเสะ ปากคลองตะเสะ จัดว่าเป็นป่าที่เกือบหมดสภาพไปแล้วเพราะมีการบุกรุกจากชาวประมงเพื่อสร้างบ้านเรือน
         - ป่าชายเลนบ้านท่าเรือ อำเภอทุ่งหว้า ถูกบุกรุกครอบครองเป็นที่อยู่อาศัยอย่างปิดกฎหมาย มีการสร้างถนนเป็นทางเข้ามาสู่หมู่บ้าน 
         - ป่าชายเลนหลายแห่งถูกบุกรุก บริเวณปากบาราจัดได้ว่าเป็นป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกเพื่อยึดครองเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากคลองปากบาราและลุกลามเข้ามาสู่ลำคลอง  ซึ่งการบุกรุกยังคงมีอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีมาตรการใดไปควบคุม ป่าชายเลนฝั่งตะวันตกก็อาจจะแปรสภาพไปอีกมาก
างไข่ของนก

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า