หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


 

พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

อ่าวปัตตานี


ที่ตั้ง : อำเภอเมือง และอำเภอยะหริ่ง  จังหวัดปัตตานี
พื้นที่ : 31,250.00  ไร่  (50.00 ตร.กม.)
ความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 0.4 - 0.9 เมตร
ระวาง : 5222 I


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         ปากแม่น้ำปัตตานีมีลักษณะค่อนข้างปิด เนื่องจากมีจะงอยซึ่งเป็นส่วนของแหลมโพธิ์ยื่นออกไปในทะเล มีคลองยะหริ่งไหลลงสู่ก้นอ่าง ชายฝั่งยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ด้านก้นอ่าว (ด้านยะหริ่ง) มีป่าชายเลนเนื้อที่กว้าง และมีหาดเลน อ่าวค่อนข้างตื้น ระหว่าง 1-3 เมตร ร่องน้ำมีระดับลึก 4-10 เมตร ตอนใต้ของอ่าวมีป่าชายเลนเสื่อมโทรม มีการทำนากุ้ง นาเกลือ ดินเป็นดินเค็มชายทะเล มีปริมาณเกลือสูงและระบายน้ำไม่ดี จึงไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          ป่าชายเลนที่กระจายอยู่โดยรอบมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 37 ตารางกิโลเมตร (23,125 ไร่) มีหาดเลน แหล่งหญ้าทะเล และสาหร่ายทะเล

                พบพืชป่าชายเลนอย่างน้อย 25 ชนิด ที่พบมาก ได้แก่ ถั่วขาว (Bruguiera cylindricaโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculataโกงกางใบใหญ่ (R. mucronataแสมขาว (Avicennia albaแสมทะเล (A. marinaตะบูน (Xylocarpus spp.) ตาตุ่มทะเล(Excoecaria agallochaเหงือกปลาหมอดอกม่วง (Acanthus ilicifoliusผักเบี้ยทะเล(Sesuvium portulacastrumสนทะเล (Casuarina equisetifolia)
          มีนกมากกว่า 10,000 ตัว หากินอยู่บริเวณหาดเลน พบนกน้ำ นกชายเลนอย่างน้อย 28 ชนิด เป็นนกอพยพแต่มิใช่เพื่อการผสมพันธุ์ 25 ชนิด ได้แก่ นกหัวโตสีเทา (Pluvialis squatarolaนกหัวโตอื่นๆ หลายชนิด (Charadrius spp.) นกปากแอ่นหลายชนิด (Limosa spp.) นกทะเลหลายชนิด  (Tringa spp.) นกอพยพผ่านตามฤดูกาล 2 ชนิด ได้แก่ นกซ่อมทะเลอกแดง (Limnodromus semipalmatusนกน็อทใหญ่ (Calidris tenuirostrisนกอพยพเพื่อการผสมพันธุ์ ได้แก่ นกแอ่นทุ่งใหญ่  (Glareola maldivarumชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) ได้แก่ นกซ่อมทะเลอกแดง  นกทะเลขาเขียวลายจุด(Tringa guttiferชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ของประเทศไทยได้แก่ นกปากช้อนหน้าดำ (Platalea minorชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์(endangered) ได้แก่  นกทะเลขาเขียวลายจุด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์(vulnerable) ได้แก่นกซ่อมทะเลอกแดง ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม  (near threatened) ได้แก่ นกอัญชันจีน (Porzana paykulliiนอกจากนี้ยังพบนกที่มีรายงานการพบน้อยครั้งมากอย่างนกอัญชันจีน และนกช้อนหอยดำเคลือบ (Plegadis falcinellusด้วย

           พบปลาอย่างน้อย 32 ชนิด เช่นปลาขี้จีน (Ambassis kopsiiปลาบู่เกล็ดแข็ง(Butis butisปลากะตัก (Engraulis sp.) ปลากะพงขาว (Lates calcariterปลาแป้น(Leiognathus spp.) ปลากะพงแดง (Lutjanus argentimaculatusปลาไส้ตัน(Stolephorus sp.) ปลาสลิดหิน (Siganus spp.) เป็นต้น

          ที่บ้านบางปู ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง พบหญ้าทะเล ได้แก่ หญ้าชะเงา(Halodule uninervisหญ้าแคระ (Halophila becariiหญ้าเงา (H. ovalisและหญ้าเงาใส(H. decipiensซึ่งเป็นชนิดเด่น

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         - อ่าวปัตตานีเป็นระบบนิเวศสำคัญที่ประชาชนโดยรอบได้อาศัยและพักพิง การประมงเป็นเรื่องสำคัญในการยังชีพของชุมชน ระบบนิเวศนี้ได้ให้ผลิตผลด้านสัตว์น้ำทั้งกุ้ง ปู ปลา หอย และสาหร่ายทะเล การตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีมาช้านานอ่าวปัตตานีเป็นอ่าวสงัดลมจึงเป็นท่าเรือประมงที่สำคัญในการส่งออกสัตว์น้ำ มีแพปลาสำหรับเรือประมงหลายจุด นอกจากนี้มีประมงพื้นบ้านที่จับและเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ จับปลาและกุ้ง เลี้ยงสาหร่ายผมนางเพื่อป้อนสู่โรงงานทำอาการ์ ปัจจุบันเริ่มมีสิ่งก่อสร้างในอ่าว เช่น โพงพาง กระชังเลี้ยงปลา ขนำเผ้าในการเลี้ยงหอย บางแห่งยังคงมีสัมปทานตัดไม้โกงกาง และมีเตาเผาถ่าน ที่ดินโดยรอบมีการตั้งบ้านเรือน มีการทำเกษตรกรรมปลูกข้าว ทำนาเกลือ มีการสร้างรีสอร์ท โรงงานอุตสาหกรรม 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ป่าชายเลนยะหริ่งส่วนใหญ่เป็นป่าอนุรักษ์
         - การคุกคามระบบนิเวศเนื่องมาจากการขยายตัวของกิจกรรมต่างๆ รอบอ่าวปัตตานี โดยมีการปล่อยของเสียที่มาจากโรงงาน อุตสาหกรรม ลงอ่าว  มีการบุกรุกป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้ง และเกิดมลภาวะที่เกิดจากการขุดลอกเลนทิ้งลงสู่อ่าว
         - ตะกอนจากปากแม่น้ำสองสายทับถมในอ่าว ทำให้มีลักษณะตื้นและน้ำค่อนข้างขุ่น ลักษณะอ่าวกึ่งปิดทำให้อ่าวมีโอกาสปนเปื้อนจากมลภาวะมลพิษได้ง่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า