หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

พรุบ้านไม้ขาว


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง          จังหวัดภูเก็ต
เนื้อที่ประมาณ : 0.403 ตารางกิโลเมตร (252 ไร่) 
เป็นพื้นที่ชุมน้ำประเภทพื้นที่พรุที่มีน้ำขังตลอดปี

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

             พรุบ้านไม้ขาวตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันตกของภูเก็ต เป็นส่วนที่ถัดเข้ามาจากหาดทราย มีลักษณะเป็นที่
ลุ่มน้ำขัง เดิมเป็นพรุผืนใหญ่ ปัจจุบันถูกตัดขาดออกจากกันเนื่องจากการก่อสร้าง การพัฒนา และการบุกรุกที่ดิน
เหลือเพียงพรุผืนเล็กๆ 10 แห่ง ที่มีสภาพแตกต่างกัน พรุที่ไม่มีสภาพของพรุหลงเหลืออยู่แล้ว ได้แก่พรุเป็ดน้ำพุ
ทับเคยและพรุยายรัต พรุที่ถูก เปลี่ยนแปลงสภาพเป็นสระน้ำ ได้แก่ พรุทุ่งเตียน พรุยาง พรุเจ๊ะสัน และพรุที่ยัง
คงสภาพความเป็นพรุอยู่ ได้แก่ พรุหลังวัดไม้ขาว พรุจูด พรุแหลมหยุด พรุจิก และพรุบ้านไม้ขาว พรุทั้งหมดนี้
มีฝนตกตลอดปี น้ำโดยทั่วไปมีสภาพเป็นกรด มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคได้

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             พบพืช 28 ชนิด ไม้ที่พบทุกพรุและมีคุณค่าทางนิเวศสูงสุด คือ ไม้เสม็ดขาว (Melaleuca leucadendra
รองลงมาได้แก่ ตะขบน้ำ (Scolopia macrophylla) ตาเป็ดตาไก่ (Ardesia lanceolata) โทร (Ficus microcarpa)
  เนียน (Diospyros diepenhorstii ) และพืชอ่อนๆ ที่พบ เช่น เหมือด (Symplocos cochinchinensis) เทพธาโร 
(Cinnamomum porrecfum) ตีนเป็ดพรุ (Alstonia pneumatophora) หว้า (Eugenia spicafa) ย่านลิเภา (Lygodium microphyllum) หม้อข้าวหม้อแกงลิง (Nepenthus gracillis) เป็นต้น 

             พบนกอย่างน้อย 77 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) 2 ชนิด ได้แก่
เป็ดคับแค (Nettapus coromandelianus) นกเปล้าอกม่วงสีน้ำตาล (Terron bicincta) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพ
ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) 2 ชนิด คือ นกกระทสาแดง (Ardea purpurea) และนกกระสานวล (A.cinerea)
นกทั้งหมดที่พบส่วนใหญ่เป็นนกประจำถิ่น เช่น นกเป็ดผี (Podiceps ruficallia) นกยางควาย (Bubulcus ibis)
เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) นกอัญชันอกเทา (Rallus striatus) เป็นต้น ส่วนนกอพยพที่พบ เช่น นกเด้าดิน 
(Actitis hypoleucos) นกแซงแซว ปากกา (Dicrurus annectans) นกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) เป็นต้น 

             พบปลาอย่างน้อย 23 ชนิด 14 ครอบครัว เช่น ปลาซิวหางแดง (Rasbora borapetensis ) ปลาสร้อย
นกเขา (Osteeochilus hasseltii ) ปลากริม (Trichopsis vittatus) ปลากระทุงเหว (Xenentodon cancila) ปลาเข็ม 
(Dermogenys pusiilus) และปลาหัวตะกั่วป่า (Aplocheilus panchax) เป็นต้นพบปลาที่เป็นชนิดพันธุ์ประจำถิ่น ได้แก่
ปลากัดไทย (Betta splendens)ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ ปลาดุกลำพัน 
(Prophagorus nieuhoffi ) และปลาที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปจากถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (extinct in the wild) ได้แก่
ปลาตูหนา (Anguilla sp.) ซึ่งพบเฉพาะในพรุทุ่งเตียนช่วงฤดูฝนเท่านั้น

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           เป็นพรุธรรมชาติผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต เป็นแหล่งอาหาร สมุนไพร แหล่งไม้ใช้สอย และแหล่งประมงพื้นบ้าน เป็นแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร เช่น การทำสวน ทำนา ของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีความสำคัญทางนิเวศวิทยา เช่น ช่วยควบคุมน้ำท่วมควบคุมภูมิอากาศ และช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

           พรุเป็ดน้ำ พรุทับเคย พรุยายรัต ปัจจุบันพรุทั้งสามไม่มีสภาพของชุมชนหลงเหลืออยู่ เดิมเป็นพรุที่มีน้ำขัง
ต่อมาพรุเป็ดน้ำและพรุทับเคยถูกทำลายเนื่องจากการสร้างสนามบิน ส่วนพรุยายรัตตื้นเขินและแห้ง มีไม้เหลือไม่มาก
เข้าจ่าเกิดจากการบุกรุกแล้วถม ปัจจุบันมีชุมชนอยู่ในบริเวณนี้และมีฟาร์มเพาะกุ้ง 

           พรุทุ่งเตียน พื้นที่ของพุทุ่งเตียนส่วนใหญ่ถูกขุดลอกเป็นสระน้ำ มีขนาด 70 x10x3.5 ลูกบาศก์เมตร ความจุ
34 , 275 ลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2533 เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นสาธารประโยชน์
และเพื่อการเกษตร ยังคงมีหย่อมของพรรณไม่พรุหลงเหลืออยู่ด้านข้างของหนองน้ำซึ่งค่อนข้างแห้งอยู่ประมาณ
0.0072 ตารางกิโลเมตร (4.5 ไร่) ลักษณะป่าพรุทึบบางส่วนมีพุ่มไม้และทุ่งหญ้า ด้านหน้าของพรุติดชายทะเล
สวนมะพร้าว และสันทราย 

           พรุหลังวัดไม้ขาว มีสภาพค่อนข้างดีแต่ลดขนาดลงมาก มีน้ำขังตลอด มีพื้นที่ประมาณ 0.056 ตารางกิโลเมตร
(35 ไร่)ฟ มีหนองน้ำธรรมชาติ ป่าพรุและทุ่งหญ้าบางส่วนมีบริเวณหลงเหลืออยู่คือซากของอุทกสีมา (โบสถ์ในน้ำ)
ชุมชนใช้ประโยชน์จากพรุในการเก็บพืชพรรณและจับปลา ทางวัดไม้ขาวก็พยายามดูแลพรุผืนนี้ไว้ ในบริเวณใกล้เคียง
มีฟาร์มเพาะลูกกุ้งเป็นจำนวนมาก และมีการปล่อยน้ำทะเลหรือมีการรั่วไหลน้ำทะเล ทำให้ต้นไม้ในพรุตายไปบางส่วน

           พรุจูดเป็นพรุที่อยู่หลังโรงเรียนบานไม้ขาว มีพื้นที่ประมา 0.2515 ตารางกิโลเมตร (157 ไร่) สำนักงานเร่งรัด
พัฒนาชมบทได้ดำเนินการขุดสระน้ำด้านหลังโรงเรียนขนาด 60 x20x4.5 ลูกบาศก์เมตร ความจุ 5 , 400 ลูกบาศก์
เมตรสภาพป่าพรุบางส่วนอยู่สภาพค่อนข้างดี มีหนองน้ำธรรมชาติ จูด กก มีผู้ถือครองบางรายอยูรอบพรุจูด สภาพป่า
ที่ดีมีประมาณ 0.112 ตารางกิโลเมตร (70 ไร่) ชุมชนใช้ประโยชน์จากการเก็บพืชและจับปลา 

           พรุยาว เดิมเป็นพรุมีพื้นที่ประมาณ 0.0656 ตารางกิโลเมตร (41 ไร่) ปัจจุบันได้ถูกขุดลกเปลี่ยนสภาพพรุ
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยจะขัดทำเป็นประปาหมู่บ้าน ปัจจุบันยังไม่มีการใช้ประโยชน์และโรงประปาก็ยังไม่ได้
ดำเนินการ มีพืชจากพรุหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่มีสภาพเป้ฯพรุ 

           พรุแหลมหยุดเป็นพรุผืนเล็กๆ มีพื้นที่ประมาณ 0.016 ตารางกิโลเมตร (10 ไร่) อยู่ติดกับสระน้ำพรุยาว
ที่ขุดเพื่อทำโครงการน้ำประปา โดยมีถนนกั้นระหว่างพรุยาวที่ขุดเพื่อทำโครงการน้ำประปา โดยมีถนนกั้นระหว่าง
พรุยาวเป็นพรุแหลมหยุด เป้ฯพรุที่แห้ง มีต้นเสม็ดขึ้นหน้าฝน มีน้ำขังเป้ฯหนอง มีสวนยูคาลิปตัสอยู่รอบ เดิมมีพื้นที่
มากกว่า 0.072 ตารางกิโลเมตร (45 ไร่) ปัจจุบันเหลือประมาณ 0.016 ตารางกิโลเมตร (10 ไร่) 

           จับสัตว์น้ำเป็นการบริโภค การเก็บพืช เช่น กก จูด และพืชอื่นๆ มาใช้ ตำบลมีโครงการเสนอให้ขุดเพื่อทำ
ประตูระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อป้องกันน้ำท่วมและขุดสระเพื่อโครงการชลประทานในการเก็บน้ำ สำหรับอุปโภค
บริโภค และการเกษตร ปัจจุบันโครงการถูกยับยั้งไว้ บริเวณโดยรอบมีผู้ถือครอง และมีผู้อาศัยอยู่บางราย

           พรุเจ๊ะสันเป้นพรุที่อยู่เหนือสุดในจำนวนพรุทั้งหลายที่บ้านไม้ขาว เดิมเป็นพรุผืนใหญ่มีเนื้อที่มากกว่า 0.32
ตารางกิโลเมตร (200 ไร่) พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของเจ้าของรายใหญ่ พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ที่สำคัญที่หลวง
(นสล) ในปี พ.ศ. 2532 จังหวัดได้ใช้งบประมาณพิเศษของโครงการสร้างงานในชุมชนจำนวน 1,200,000 บาท
ทำการสร้างคันดินและขุดลอกโดยรอบ กว้างประมาณ 10 เมตร และสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทได้ขุดลอกพรุเจ๊ะสัน
เกิดเป็นสระน้ำขนาดความจุ 669,130 ลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2537 เพื่อให้เป็นที่
สาธารประโยชน์ พื้นที่พรุได้ถูกลดขนาดเหลือเพียงพรุตรงกลางเกิดเป็นเกาะ ยังมีพืชพรรณของพรุ ดงกก ดงหญ้า
และชายตลิ่ง พื้นที่พรุเหลือประมาณ 0.072 ตารางกิโลเมตร (45 ไร่) ความหลากหลายทางชีวภาพพืชในพรุลดลง
แต่มีพื้นที่น้ำเพิ่มขึ้น เดิมมีโครงการสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และจัดให้เป็นที่ท่องเที่ยว ปัญหาที่มีคือพื้นที่
โดยรอบกำลังได้รับการพัฒนาเป็นที่พักตากอากาศ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า