หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

พรุคันธุลี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี          และพื้นที่บางส่วนในเขตอำเภอละแม จังหวัดชุมพร
เนื้อที่ : 1.40 ตารางกิโลเมตร (875 ไร่)
เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุที่มีน้ำแช่ขังตลอดปี หรือเกือบตลอดปี

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

             พรุคันธุลีมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ วางตัวลาดเอียงในแนวทิศเหนือ-ใต้ ลึกเข้ามาจากชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
4 กิโลเมตร สภาพเป็นป่าพรุที่กำลังฟื้นตัวจากการตัดไม้ และบางส่วนเริ่มถูกแทนที่โดยป่าราบต่ำ มีเขาชวาลาและ
เขาเต๊ะเป็นขอบเขตธรรมชาติ โดยเขาชวาลาเป็นเขาหินปูนเดี่ยว มีความสูงประมาณ 90 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพรุคันธุลี และเขาเต๊ะมีความสูงประมาณ 80 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง อยู่ทางทิศใต้ของพรุคันธุลี พื้นที่รอบพรุส่วนใหญ่มีลักษณะลอนลาด มีความสูงระหว่าง 10 – 18 เมตร
จากระดับน้ำทะเลปานกลางและค่อนๆ ลาดเอียงลงสู่ใจกลางพรุที่มีความสูง 0 – 1 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
น้ำที่มีอยู่บริเวณรอบๆ พรุไหลมารวมกันในพรุ และมีคลองคอดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทางน้ำตามธรรมชาติ
ให้น้ำจากพรุระบายลงสู่อ่าวไทย

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             พบพืชอย่างน้อย 36 ชนิด เป็นพืชเฉพาะถิ่นที่มีลักษณะพิเศษทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในพรุได้ เช่น กะออ (Artocarpus elasticus) หูยาน (Bhesa indica) ส้านใหญ่ (Dillenis indica) หว้าหิน (Eugenia claviflora)
ขวาดหรือขี้ใต้ (Eugenea iongiflora) หวายสะเดาน้ำ (Korthalsia grandis) กะพ้อ (Licuala paludosa) หวายลิง
(Flagllaria indica) และหลุมพี (Eleiodoxa conferta) เป็นต้น 

             พบนกอย่างน้อย 50 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพสัตว์ป่าคุ้มครอง 34 ชนิด เช่น นกกินปลีสีเรียบ 
(Anthreptes simplex) นกกินปลีแก้มสีทับทิม (A. Singalensis) นกกินปลีท้ายทอยน้ำเงิน (Hypogramma hypogrammicum) ไก่ฟ้าหน้าเขียว (Lophura ignita) ไก่ป่า (L.diardi ) นกยูง (Pave muticus) นกกาฝาก
ปากหนา (Dicaeum agile) นกกาฝากท้องสีส้ม (D.rigonostigam) เป็นต้น 

             พบหอยชนิดที่ยังไม่มีรายงานการพบในประเทศไทย 2 ชนิด คือ หอยชนิด Cyclophorus sp. ซึ่งพบในรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย และหอยทากสกุล Trachia sp. ซึ่งยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้ 

             พบปลาอย่างน้อย 29 ชนิด ชนิดพันธุ์ปลากที่พบเฉพาะในพรุ 2 ชนิด คือ ปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhoffi) และปลาซิวแถบเหลือง (Rasbora pauciperforata)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชนท้องถิ่น ทั้งเป็นแหล่งน้ำในการทำเกษตรกรรม และเป็นแหล่งพืชพรรณ
สัตว์ป่าและสัตว์น้ำ โดยชาวบ้านอาศัยจับสัตว์ป่าจำพวก นก ลิงกัง ต่อ และตีผึ้ง นอกจากนี้พรุคันธุลีเป็นแหล่งจับปลา
ของชุมชน พร้อมกันนี้ ชาวบานยังอาศัยเก็บพืชพวกหลุมพี เห็ด และพืชสมุนไพร ทั้งที่ใช้บริโภคในครัวเรือน และเพื่อ
ขายได้ตลอดทั้งปี

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ชุมชนรอบพรุรวมตัวกันเป็นกลุ่มอนุรักษ์พรุคันธุลี ซึ่งมีบทบาทในการอนุรักษ์และจัดการป่าพรุคันธุลี เพราะ
ชุมชนถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมที่ทุกคนในชุมชนเข้าใช้ประโยชน์ โดยการใช้ประโยชน์นั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ขณะเดียว
กันผู้ที่ใช้ประโยชน์จากพรุต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาพรุด้วย

           พรุคันธุลีถูกรบกวนและคุกคามจากการทำลายป่าเพื่อการเกษตรการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรมทำให้
เกิดการตกค้าง และปนเปื้อนของสารดังกล่าวในแหล่งน้ำ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำสวน
ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น  

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า