หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

พรุหญ้าท่าตอน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 59.36          ตารางกิโลเมตร (37 , 100 ไร่) ประเภท แอ่งน้ำ หนองบึง ที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ที่ลุ่มน้ำขัง

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

             พรุหญ้าท่าตอนเป็นบริเวณที่ลุ่มสองฝั่งลำน้ำ จากบริเวณที่มีแม่น้ำฝางไหลลงแม่น้ำกก ขึ้นไปทางต้นน้ำ
แม่ฝางรวมกับบริเวณที่นาทางด้านเหนือ เดิมเป็นพรุหญ้าซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 59.36 ตารางกิโลเมตร (37,100 ไร่)
โดยเป็นพื้นที่พรุ 13.44 ตารางกิโลเมตร (8,400 ไร่) และพื้นที่นา 45.92 ตารางกิโลเมตร (28,700 ไร่) บริเวณ
โดยรอบสองฝั่งลำน้ำในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ถูกปรับใช้ในทางการเกษตร เหลือพรุหญ้าบริเวณสบฝาง
บริเวณหนองวงและสองฝางของแม่น้ำฝางตลอดแนวไปจนถึงฝายน้ำล้นบ้านสันต้นหม้อห่างจากฝั่งประมาณ 10-50
เมตร กิจกรรมการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณที่ลุ่มจะทำกาปลูกพืชผัก ส่วนบริเวณพื้นที่เนินสูงจะปลูกพืชสวน

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

             พบนกอย่างน้อย 15 ชนิด ซึ่งเดิมจากการสำรวจในปี พ.ศ. 2532 ในบริเวณนี้พบนกอย่างน้อย 23 ชนิด
ชนิดที่อยู่ในสถานภาพสูญพันธุ์ในธรรมชาติ (extinct in the wild) ได้แก่ นกกระเรียน (Grus antigone)
ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ได้แก่ นกกระแตผีใหญ่ (Esacus
recurvirostris
) และนกนางนวลแกลบแม่น้ำ (Sterna aurantia) ซึ่งพบบริเวณหาดแม่น้ำกก ชนิดที่อยู่ในสถานภาพ
ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกกระสาแดง (Ardea purpurea) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
(Vulnerable) ได้แก่ นกยอดหญ้าหลังดำ (Saxicola Jerdoni ) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกยางใหญ่ (Botaurus stellariis) นกกระแตหัวเทา (Vanelus cinereus) นกจาบปีกอ่อน
อกเหลือง (Emberiza aureola

             พบปลาอย่างน้อย 15 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอ (Anabas testudineus) ปลานิล (Oreochromis nilotcus)
ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากรีม (Trichopsis vittatus) ปลาช่อน (Channa stratus)
ปลากดเหลือง (Mystus nemura) ปลาดุกด้าน (Clarias balrachus) ชนิดปลาที่พบในแม่น้ำฝาง ได้แก่ ปลาช่อน ปลาบู่ (Oxyeleotris marmonata) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาซิวใบข้าว (Rabora sp.) ปลาดุกอุย 
(Charias macrocephakus) ปลาไน (Cyprinus carpio) ปลาตะเพียน (Puntius gonionatus) ปลาขนยงหรือ
ปลาสร้อย (Mystus vittatus)

             พืชชายน้ำพบหนาแน่น ได้แก่ (Phtragmites karka) พง (Sorghum halepense) อ้อ (Arundo donax)
และไมยราบยักษ์ (Mimosa pigra) หญ้าคา (Imperata cylindrica) หญ้าปล้อง (Hymennacne pseudointerrupta)
หญ้าไซ (Leersia hexandra) ผักบุ้ง (Ipomoea aquatica) ธูปฤาษี (Typha latifola)
คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           เป็นแหล่งจับสัตว์น้ำของชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มไทยใหญ่ไม่น้อยกว่าวันละ 30 – 50 ราย เพื่ออุปโภคและ
จำหน่ายทำรายได้ประมาณวันละ 50-100 บาท พื้นที่ราบลุ่มเป็นนาข้าว สวน เกษตร รายได้ของเกษตรกรได้ไม่
น้อยกว่า 20,000 บาท ต่อปี

การจัดการและการคุกคาม  
 

           พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่ถือครองกรรมสิทธิ์โดยโฉนด บางส่วนมีการถือครองกรรมสิทธิ์ มีการบุกรุกพื้นที่
แต่ยังไม่ได้นำไปทำการเกษตรเนื่องจากเป็นที่ลุ่มพรุหญ้าและน้ำท่วมขังมีการบุกรุกพื้นที่เพื่อปรับที่ทำการเกษตร
มีปัญหาการทำการประมง โดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย มีการใช้ยาเบื่อและไฟช็อต

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า