หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ 


อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
มีพื้นที่ 536,594.00  ไร่  (858.55 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : 50-1,178 เมตร
ระวาง : 4738 II, 4837I, II, IV, 4838 III 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีลักษณะเป็นพื้นที่ที่มีความยาวในแนวเหนือ-ใต้ และมีความลาดเทจากทิศเหนือไปทางทิศใต้ พื้นที่ทางตอนเหนือในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน จุดสูงสุดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้แก่ เขาหัวโล้น ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,178 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีด้านลาดไปทางตะวันออกสู่อำเภอบ่อพลอย ด้านตะวันตกลาดลงสู่ลำน้ำแควใหญ่ และด้านใต้ลาดลงสู่อำเภอเมือง กาญจนบุรี ตอนกลางของพื้นที่ค่อนข้างลงมาทางใต้ เป็นพื้นที่ราบสูงมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง เรียกว่าทุ่งสลักพระ จากสภาพที่เป็นเทือกเขาสูงทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งต้นน้ำส่วนหนึ่งของแม่น้ำแควใหญ่ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกและด้านใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และลำน้ำตะเพิน (สาขาหนึ่งของแม่น้ำแควใหญ่)ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออก จะไหลไปทางทิศใต้และออกสู่แม่น้ำแควใหญ่ ต่อไป ลำน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควใหญ่ ได้แก่ ห้วยแม่ละมุ่น ห้วยช่องราน ห้วยจักร์ ห้วยสะด่อง ห้วยสลักพระ ห้วยโอ่งฟ้า และห้วยพุค่า ส่วนที่ไหลลงสู่ลำตะเพิน ได้แก่ ห้วยกะพร้อย ห้วยอีซู ห้วยอึมครึม ห้วยสะแหรง และห้วยพุขาม ไหลมาร่วมกับแม่น้ำแควใหญ่ทางตอนใต้ของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่มีเชิงเขาล้อมรอบ อุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าและต้นไม้ที่ออกดอกผลเป็นอาหารสัตว์ป่ามากมาย มีโป่งดินเค็มมากกว่า 100 โป่ง ทุ่งสลักพระมีเนื้อที่ประมาณ 34.4 ตารางกิโลเมตร (21,500 ไร่) มีเส้นทางธรรมชาติติดต่อกับทุ่งหญ้ากว้างอีกแห่ง คือ ทุ่งนามอญ มีพื้นที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร (10,000 ไร่) สัตว์ป่าหนีภัยข้ามไปมาระหว่างทุ่งทั้งสองได้ มีลำห้วยสำคัญไหลผ่านและมีน้ำตลอดปีให้สัตว์อาศัยลงกิน คือ ห้วยสะด่องหรือห้วยสลักพระ บริเวณรอยต่อระหว่างทุ่งสลักพระและทุ่งนามอญ มีน้ำตกสูงชันสวยงาม มีป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ ที่ระดับความสูง 1,000 เมตรขึ้นไป ป่าละเมาะและทุ่งหญ้า

           พบนกอย่างน้อย 191 ชนิด เป็นนกเฉพาะถิ่น 162 ชนิด นกอพยพ 29 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลนน้ำอย่างน้อย 26 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูคุกคามของโลก (globally threatened)ได้แก่ เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (Polihierax insignis) และนกยูง (Pavo muticus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง(critically endangered)ของประเทศไทย  ได้แก่ พญาแร้ง(Sarcogyps calvas) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกยูง ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) นกเงือกกรามช้าง (Rhyticeros undulata) และนกกกหรือนกกาฮัง(Buceros bicornis)

           พบปลาอย่างน้อย 46 ชนิด เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) 21 ชนิด ได้แก่ ปลากระอ้าว (Barillius guttatus) ปลาตะโคก (Cyclocheilichthys enoplos) ปลายี่สกเทศ (Labeo rohita) ปลาขี้ยอก (Mystacoleucus marginatus) ปลาซิวสุมาตรา (Rasbora sumatrana) และชนิดอื่นๆในอีก 15 วงศ์ ได้แก่ ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาช่อน (Channa striatus) ปลาหัวตะกั่วแคระ (Oryzias minutillus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาไหล (Monopterus albus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน(Clarias batrachus)

           พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างน้อย 59 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ได้แก่ วัวแดง(Bos javanicus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ กระทิง (Bos gaurus) ชะนีมือขาว (Hylobates lar) หมาไน (Cuon alpinus) หมีหมา(Ursus malayanus) และค่างแว่นถิ่นเหนือ (Semnopithecus phayrei) เป็นต้น

          พบสัตว์น้ำสะเทินบกอย่างน้อย 17 ชนิด ที่สำคัญได้แก่ จ่งโคร่ง (Bufo saper) และกบทูด (Rana blythii) และพบสัตว์เลื้อยคลานอย่างน้อย 39 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ได้แก่ ตะพาบม่านลาย (Chitra chitra) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ เต่าหก (Manoria emys)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        มีจุดเด่นคือทุ่งสลักพระซึ่งเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติอยู่กลางป่าสลักพระ ทุ่งนามอญอยู่ทางเหนือของทุ่งสลักพระและลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยสะด่องหรือห้วยสลักพระ มีน้ำตลอดปี นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าโข่งดินและต้นไม้ที่ออกดอกออกผลเป็นอาหารของสัตว์ป่ามากมาย เป็นแหล่งอำนวยน้ำให้แก่ชั้นน้ำใต้ดิน 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 74 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2508 เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย
         - การขยายตัวของชุมชน และโครงการพัฒนาด้านต่างๆ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
         - การล่าสัตว์ทั้งโดยพรานอาชีพและสมัครเล่น ทำให้สัตว์ป่ามีจำนวนลดลงจนเกือบหมด และปริมาณน้ำในลำธารมีแนวโน้มลดลง

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า