หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา 


ที่ตั้ง : ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล
พื้นที่ : 95,006.25  ไร่  (152.01 ตร.กม.)
ระวาง : 4922 III 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         หมู่เกาะตะลุเตาประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 51 เกาะ รวมเนื้อที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร(931,250 ไร่แบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ๆได้ 2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะ อาดัง-ราวี เกาะตะรุเตาเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ 152.01 ตารางกิโลเมตร (95,006.25 ไร่) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความลาดชันสูง ส่วนชายฝั่งทางด้านทิศตะวันออกของเกาะส่วนมากจะเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับอ่าวและหาดทรายโคลน ทางด้านทิศตะวันตกจะมีหน้าผาแต่เฉพาะทางด้านเหนือ อ่าวที่สำคัญ ได้แก่ อ่าวพันเตมะละกา อ่าวสน อ่าวมะขาม อ่าวตะโล้ะอุดัง และอ่าวตะโล้ะวาว อ่าวต่างๆ เหล่านี้ มีคลอง และลำธารไหลผ่านออกสู่ทะเล มีที่ราบเล็กน้อย เกาะอาดัง-ราวี อยู่ห่างจากเกาะตะลุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร เทือกเขาส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิต และมีหินควอร์ตไซต์และหินดินดานประกอบอยู่ประปราย มีเนื้อที่ 29.78 ตารางกิโลเมตร (18,612.5 ไร่) บริเวณโดยรอบริมเกาะเป้นหน้าผาสูงชัน มีที่ราบเฉพาะบริเวณเหนือชายหาดต่างๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีเนื้อที่ 28.44 ตารางกิโลเมตร (17,775 ไร่) สภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          สังคมพืชธรรมชาติประกอบด้วยป่าดงดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเหนืออ่าวตะโล้ะอุดัง ลุ่มน้ำตอนเหนือเกาะตะรุเตา พื้นที่ภูเขาสูงของเกาะตะรุเตา พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะอาดัง-ราวีและบาตอง สองฝั่งลำคลองโล้ะอุดังมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ยาง (Dipterocarpus spp.) หลายชนิด ตะเคียน (Hopea spp.) หลายชนิด กระบาก (Anisoptera costata) กันเกรา (Fagraea fragrans) เคี่ยม (Cotylelobium melanoxylon) อบเชย (Cinnamomum bejolghota) สยาแดง (Shorea leprosula) หว้า (Syzygium cumini) ป่าดงดิบแล้งมีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ พบในบริเวณที่เป็นที่สูงมีความลาดชันมาก  พันธุ์พืชที่สำคัญได้แก่ ยางหลายชนิด ตะเคียนหิน (Hopea ferrea) ตะเคียนทอง (H. odorata) กระบาก กระทิง (Calophyllum inophyllum) แก้ว (Murraya paniculata) งิ้วป่า (Bombax anceps) จิก (Barringtonia coccinea) ตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollum) สมพง (Tetrameles nudiflora) สมอพิเภก (Terminalia bellerica) ข่อยหนาม (Strebus ilicifolius) ป่าเบญจพรรณ  พบเป็นบริเวณกว้างเฉพาะตอนภาคเหนือของเกาะตะรุเตาเท่านั้น มีประมาณร้อยละ 6.5 ของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ พันธุ์พืชที่พบในป่า ได้แก่ กระโดน (Careya arborea) กว้าว (Adina cordifolia) ขะเจ๊าะ (Millettia leucantha) งิ้วป่า เปล้า (Croton sp.) ปอฝ้าย (Firmiana colorata) สะแกแสง (Cananga latifolia) ส้าน (Dillenia spp.) เสลา (Lagerstroemia spp.ไผ่ป่า (Bambusa arundinacea) ไม้พื้นป่าประกอบด้วย สลัดได (Euphorbia lacei) จันทน์ผา (Dracaena loureiri) และหญ้าหลายชนิด ป่าชายหาดเป็นป่าโปร่งขึ้นเป็นบริเวณแคบๆ ริมฝั่งอ่าวสน อ่าวจาก และอ่าวมะขามของเกาะตะลุเตา อ่าวตะโล้ะลันจา อ่าวตะโล้ะรีปา อ่าวตะโล้ะอาเยียงของเกาะอาดัง เนื้อที่ประมาณร้อยละ 1.5 ของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ พันธุ์พืชได้แก่ กระโดน กระทุ่มน้ำ (Nauclea orientalis) เสม็ดชุน (Eugenia grata) เสม็ดแดง (Eugenia cinerea) มะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale) กระทิง (Calophyllum inophyllum) ป่าชายเลนมีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 3 ของเนื้อที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ พบเป็นบริเวณกว้างที่สุดที่ตอนบน ของเกาะตะรุเตาสองฝั่งคลองพันเตมะละกา พันธุ์พืชที่สำคัญ ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora mucronata) โกงกางใบเล็ก (R. apiculata) โปรง (Ceriops spp.) ตะบูนดำ (Xylocarpus moluccensis) ตะบูนขาว (X. granatum) พังกาหัวสุมดอกแดง (Bruguiera gymnorrhiza) แสมดำ (Avicennia officinalis) แสมขาว (A. alba) ป่าพรุหรือป่าบึง พบมีเฉพาะที่เกาะอาดังบริเวณลำธารที่ไหลลงสู่อ่าวตะโล้ะรีปา มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 0.05 ของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยานฯ พันธุ์พืชที่สำคัญ ได้แก่ เที๊ยะ (Alstonia spathulata) นวลเสี้ยน (Aporusa dioica) จิก (Barringtonia coccinea) กันเกรา (Fagraea fragrans) มะตาด (Dillenia indica) ดำดง (Diospyros ebenum) อินทนิลน้ำ (Lagerstroemia speciosa) เสม็ด (Melaleuca leucadendra) หว้า (Syzygium cumini) โสก (Saraca indica) ป่าละเมาะ มีพันธุ์พืชขึ้นหนาแน่นเป็นกระจุกอยู่ตามที่ลาดชันมากๆ บนเกาะตะรุเตา เกาะอาดัง-ราวี มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 5.7 ของพื้นที่ภาคพื้นดินในเขตอุทยาน พันธุ์พืชที่มักพบในป่าประเภทนี้ ได้แก่ จันทน์ผา กระบองเพชร (Cereus hexagonus) ขี้หนอน (Schoepfia fragrans) ตับเต่า (Stephania reticulata) ไม้เลื้อยและไม้เถาหลายชนิด

           พบนกอย่างน้อย 106 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลนอย่างน้อย 20 ชนิด นกประจำถิ่น 81 ชนิด นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการผสมพันธุ์ 17 ชนิด เช่น นกอีล้ำ (Gallinula chloropus) นกฟินฟุท (Heliopais personata) นกอีก๋อยเล็ก (Numenius phaeopus) เป็นต้น นกอพยพผ่านตามฤดูกาล 5 ชนิด ได้แก่ เหยี่ยวดำ (Milvus migrans) เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น (Accipiter gularis) เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน (A. soloensis) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) ได้แก่ นกหัวโตมลายู (Charadrius peronii) นกลุมพูแดง (Columba punicea) นกซ่อมทะเลอกแดง (Limnodromus semipalmatus) นกฟินฟุท ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ เหยี่ยวปลาใหญ่หัวเทา (Ichthyophaga ichthyaetus) อีแร้งเทาหลังขาว (Gyps bengalensis) นกฟินฟุท นกเงือกปากย่น (Rhyticeros corrugatus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ เหยี่ยวดำ (Milvus migrans) เหยี่ยวหงอนสีน้ำตาลท้องขาว (Spizaetus nanus) เหยี่ยวค้างคาว (Macheiramphus alcinus) นกหว้า (Argusianus argus) ไก่จุก (Rollulus rouloul) นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ (Sterna bergii) นกเปล้าหน้าแดง (Ptilinopus jambu) นกหัวโตมลายู นกฟินฟุท ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ นกซ่อมทะเลอกแดง นกลุมพูแดง นกลุมพู  (Ducula aenea) นกเค้าใหญ่พันธุ์สุมาตรา (Bubo sumatranus) นกเค้าป่าหลังจุด (Strix seloputo) นกขุนแผนหัวดำ (Harpactes diardii) นกกระเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล (Halcyon amauroptera) นกเงือกหัวหงอก (Berenicornis comatus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ เหยี่ยวกิ้งก่าสีน้ำตาล (Aviceda jerdoni) นกออก (Haliaeetus leucogaster) เหยี่ยวฮอบบี้ (Falco severus) นกนางนวลแกลบเล็ก (Sterna albifrons) นกเงือกปากดำ (Anorrhinus galeritus)

          พบสัตว์เลื้อยคลานที่สำคัญ ได้แก่ เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) เต่าหัวโต (Caretta caretta) เต่าตนุ (Chelonia mydas) เต่ากระ (Eretmochelys imbricata) เต่าสาหร่ายตาแดง (Lepidochelys olivacea) และตะพาบหัวกบ (Pelochelys bibroni)

          พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ หมูป่า (Sus scrofa) กระจง (Tragulus sp.) ลิงลม (Nycticebus coucang) ลิงแสม (Macaca fascicularis) ค่างดำ (Presbytis melalophos) ค่างแว่นถิ่นใต้ (P. obscura) กระแตหางขนนก (Ptilocercus lowi) นิ่ม (Manis javanica) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำที่สำคัญ ได้แก่ พะยูน (Dugong dugon) โลมาหัวขวดธรรมดา (Delphinus delphis) โลมาหัวขวดมลายู โลมาหัวบาตรครีบหลัง (Stenella malayana) โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Orcaella brevirostris) โลมาจุด (Steno bredanensis) โลมาขาว (Sotalia spp.) วาฬหัวทุย (Physeter catodon) และวาฬแกลบครีบขาวดำ (Balaenoptera acutorostrata)

          แนวปะการังน้ำลึกปานกลาง อยู่รอบเกาะตะลุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี และเกาะอื่นๆ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยปะการรังโขด (Porites lutea) ปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง (Montipora spp.) ปะกรังสมอง (Symphyllia spp.) ปะการังแผ่นเปลวไฟ (Pectinia spp.) ปะการังน้ำหนามขนุน (Hydnophora rigida) ปะการังไฟ และกัลปังหา (Junceella spp.) บนพื้นทราย

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นหนึ่งในสองแห่งของประเทศไทยที่จัดเป็นอุทยานมรดกของอาเซียน ซึ่งมีความหลากหลายของระบบนิเวศ สามารถเป็นสถานที่ในการศึกษาของระบบนิเวศ 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 91 ตอนที่ 68 ลงวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517 พร้อมทั้งมีราชกฤษฎีกาขอถอนสภาพเป็นเขตหวงห้ามของกรมราชทัณฑ์ในปี พ.ศ. 2517
         - ได้รับการยกย่องให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนในปี พ.ศ.2525
         - ยังคงมีการทำลายปะการังโดยการทอดสมอเรือ การลักลอบระเบิดปลา การลากอวนใกล้ชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำโดยเฉพาะบริเวณอ่าวสน และเกาะกลาง นอกจากนั้นมีปัญหาการตั้งถิ่นฐานในเขตอุทยานฯ 

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า