หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

อ่าวทุ่งคา - อ่าวสวี


ที่ตั้ง : อำเภอเมือง อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
พื้นที่ : 30,100.00  ไร่  (48.16 ตร.กม.)
ระวาง : 4829 III, IV 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

         เป็นอ่าวขนาดใหญ่ เป็นชายฝั่งทะเลที่ยกตัว มีการทับถมตะกอนแม่น้ำ เป็นตะกอนดินเลนหรือดินทรายปนโคลน จนเกิดป่าชายเลนขึ้นปกคลุม รอบอ่าวมีป่าชายเลน โดยรอบมีความยาวโดยประมาณมากกว่า 20 กิโลเมตร พื้นที่ป่ามีประมาณ 20.8 ตารางกิโลเมตร (13,000 ไร่) มีหาดเลนที่มีความลาดชันน้อย พื้นที่หาดเลนมากกว่า 17.6 ตารางกิโลเมตร (11,000 ไร่) ลำน้ำสายหลักที่ไหลลงสู่อ่าวทุ่งคา ได้แก่คลองชุมพร หรือคลองบางใหญ่ คลองวิสัย คลองสวี และคลองสวีเฒ่า น้ำในอ่าวค่อนข้างตื้นมีความลึก 1-3 เมตร 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          พันธุ์ไม้บริเวณปากคลองชุมพรหรือคลองใหญ่ เป็นพวกลำแพน (Sonneratia alba) ซึ่งเป็นไม้เด่น รองลงมาเป็นแสมขาว (Avicennia albaมีโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculataอยู่บ้างประปราย แต่ระยะที่ลึกขึ้นมาประมาณ 500 เมตรจากทะเลพบว่าเป้นแนวป่าโกงกางใบเล็ก ตลอดมาจนถึงระยะ 1,250 เมตรจากทะเล แนวป่ากว้างประมาณ 100-150 เมตร จรดแนวป่าปลูกของป่าไม้จังหวัด ป่าโกงกางที่พบนี้จัดได้ว่าเป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุด นอกจากต้นโกงกางใบเล็กแล้วยังพบต้นโกงกางใบใหญ่ขึ้นแซมประปรายที่ระยะ 1,000 เมตรจากทะเลขึ้นมา ลักษณะชายฝั่งเริ่มมีระดับที่สูงขึ้น แนวดินเลนจะแคบลง พันธุ์ไม้ที่พบบนฝั่งเป็นพวกตาตุ่มทะเล(Excoecaria agallochaตะบูนขาว (Xylocarpus granatumแต่บริเวณดินเลนยังคงมีโกงกางใบเล็กอยู่ตลอดแนวฝั่งขึ้นมาที่ระยะ 1,500 เมตร จากทะเล มีจาก (Nypa fruticans)เป็นพันธุ์ไม้เด่นตลอดทั้ง 2 ฝั่งคลองเป็นแนวยาวจนถึงระยะ 2,000 เมตรจากทะเลเริ่มพบโกงกางใบเล็กอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งขึ้นเป็นแนวหนาแน่น แต่เมื่อถึงระยะ 2,250 เมตรจากทะเลไม่พบโกงกางแต่พบตาตุ่มทะเล ตะบูนขาว หงอนไก่ทะเล (Heritiera littoralisและปอทะเล(Hibiscus tiliaceusขึ้นปะปนกัน

          บริเวณป่าชายเลนริมทะเลถัดจากปากคลองใหญ่เป็นแนวป่าแสมขาวมีลำแพนขึ้นอยู่แนวนอก เป็นป่าแสมขาวที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากแต่ละต้นมีขนาดลำต้นและทรงพุ่มใหญ่ ถัดจากแนวป่าแสมขาวและลำแพนออกมาเป็นป่าโกงกางปลูก ที่ชาวบ้านคลองใหญ่ร่วมกับป่าไม้จังหวัดช่วยกันปลูกเป็นพื้นที่หลายพันไร่ซึ่งคาดว่าคงจะเป็นป่าโกงกางที่สมบูรณ์ในอนาคต

          บริเวณปากคลองวิสัยเป็นป่าชายเลนที่ประกอบด้วยโกงกางเล็ก และโกงกางใบใหญ่(Rhizophora mucronataเป็นไม้ชนิดเด่นขึ้นหนาแน่นเป้นแนวกว้างประมาณ 100 เมตร ถัดจากแนวป่าโกงกางเข้าไปเป็นเขตนากุ้งตลอดแนวคลอง นอกจากนั้นมีลำพู (Sonneratia caseolarisและแสมขาวขึ้นประปนอยู่ด้วยตามแนวลำคลองห่างจากทะเลเข้าไป 500-750 เมตร เริ่มพบโปรงขาว (Ceriops decandraอยู่ในแนวฝั่งด้านในเข้าไป ส่วนด้านนอกของฝั่งซึ่งเป็นแนวดินเลนยังคงพบโกงกางใบเล็กขึ้นอย่างหนาแน่น จัดได้ว่าเป็นสภาพป่าโกงกางที่สมบูรณ์มากอีกบริเวณหนึ่ง ที่บริเวณ 1,000 เมตร ห่างจากทะเลพบว่าบริเวณนี้มีโกงกางใบเล็กที่เป็นต้นกล้าเล็กๆ สูงประมาณ 1 เมตร พันธุ์ไม้เด่นที่พบในบริเวณนี้เป็นตาตุ่มทะเล รองลงมาเป็นตะบูนขาว ถั่วขาว (Bruguiera cylindricaและจาก (Nipa fruticansพื้นล่างของป่าปกคลุมด้วยหญ้าแปลงหมู (Frimbristylis paucifloraและสำมะงา (Clerodendrum inermeถัดจากระยะ 1,000 เมตร  ขึ้นไปตามแนวฝั่งคลองจะเป็นพันธุ์ไม้พวกจาก ตะบูนขาว และตาตุ่มทะเลตลอดทั้งสองฝั่ง

           เป็นที่อยู่ของนกอย่างน้อย 99 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลน 28 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 53 ชนิด เช่น นกยางทะเล (Egretta sacraนกยางเขียว (Butorides striatusนกยางไฟธรรมดา (Ixobrychus cinnamomeusนกโกงกางหัวโต (Pachycephala grisolaเป็นต้น นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการผสมพันธุ์ 46 ชนิด ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์ชวา  (Ardeola speciosa) นกทะเลขาเขียว (Tringa nebulariaนกชายเลนปากแอ่น (Xenus cinereusนกกระเต็นน้อยธรรมดา (Alcedo atthisนกอพยพผ่านมาตามฤดูกาล ได้แก่ นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinusนกอพยพมาเพื่อการผสมพันธุ์ ได้แก่ นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Glareola maldivarum)ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่นกกระสานวล (Ardea cinereaนกกระสาแดง (A. purpureaชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่ นกยางลายเสือ (Gorsachius melanolophus)นกออก (Haliaeetus leucogasterเหยี่ยวฮอบบี้ (Falco severus)

           พบปลาอย่างน้อย 50 ชนิด ที่พบมาก ได้แก่ ปลากะตักขาว (Clupeoides lileปลาแป้น (Leiognathus decorusปลาแป้นยักษ์ (L. equulusปลาแป้นแก้ว (L. elongatus)ปลาไส้ตัน (Stolephorus indicusปลากดทะเล (Tachysurus sp.) ปลานวลจันทร์ทะเล(Chanos chanosปลากระบอก (Mugil spp.) หลายชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         - ป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา อ่าวสวี เป็นระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของชุมชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านประมงและเพาะเลี้ยง และผลิตผลจากไม้ในป่าชายเลน ประโยชน์ทางนิเวศวิทยามีมากเป็นระบบที่เกื้อกูลสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งนกอพยพด้วย มีการทำประมงด้วยอวนรุน อวนกุ้ง  มีการจับปูทะเลในป่าโกงกาง มีการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ (Perna viridis)โดยอาศัยการปักเสาเพื่อล่อหอย มีการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง และมีการทำนากุ้ง มีการขยายตัวอย่างมาก มีโรงงานอาหารทะเลที่ทำด้านแปรรูปและแช่แข็ง อาหารที่ทำส่วนใหญ่คือกุ้งและปลาหมึกเพื่อการส่งออก 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - มีการบุกรุกปาชายเลนเพื่อทำนากุ้ง และยังมีการปล่อยน้ำเสียจากนากุ้งลงสู่ทะเล ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้สภาพป่าชายเลนที่สมบูรณ์นี้เปลี่ยนแปลงไปจากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม
         - ชุมชนและบริษัทเอกชนได้บุกรุกป่าชายเลนในเขตเศรษฐกิจและอนุรักษ์ โดยมีการปรับสภาพป่าให้เป็นบ่อ คลอง ทางระบายน้ำ ถนน และคันดินเพื่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งมีการปลูกสร้างโรงเรียน ที่พักอาศัยในเขตป่าชายเลนส่งผลให้ป่าชายเลนลดลง ความชุกชุมของสัตว์น้ำในอ่าวลดลง มลพิษในอ่าวเพิ่มขึ้น  

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า