หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
การเข้าร่วมเป็นภาคี

           ประเทศใดๆ ที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติหรือเป็นหนึ่งในหน่วยงานพิเศษ หรือองค์กรพลังงานปรมาณูนานาชาติ The International Atomic Energy Agency (IAEA) หรือ ภาคีของ the Statutes of the International Court of Justice (SICJ) สามารถเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาฯ ได้
3 วิธีดังนี้
           ลงนามโดยไม่มีข้อสงวนใดๆ พร้อมกับการให้สัตยาบัน
           ลงนามเพื่อรับรองอนุสัญญาฯ ก่อนแล้วจึงให้สัตยาบัน
           ภาคยานุวัต (การเข้าเป็นภาคีใหม่)

           โดยผู้แทนเป็นทางการของประเทศนั้นๆ มอบสัตยาบันสารต่อผู้อำนวยการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ทั้งนี้ประเทศที่จะเข้าร่วมเป็นภาคีจะต้องเสนอชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในทางนิเวศวิทยา พฤกษศาสตร์ สัตว์ศาสตร์ ชีววิทยา และอุทกวิทยา พร้อมทั้งข้องมูลพื้นฐานและแผนที่แสดงที่ตั้งและขอบเขตที่ชัดเจน โดยเสนอตามรูปแบบ “Ramsar datasheets” มาพร้อมการขอเข้าร่วมเป็นภาคี หรือเสนอหลังจากนั้น โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่ง datasheets เหล่านี้จะได้รับการจัดพิมพ์เป็น “ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ” (Directory of Wetlands of International Importance) โดยสามารถเพิ่มเติมพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในดินแดนของตนในภายหลังได้อีกด้วย ในขณะนี้มีพื้นที่ชุ่มน้ำในทะเบียน (Ramsar sites) ทั้งสิ้น 1,313 แห่ง รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 110.97 ล้านเฮกตาร์

ข้อตกลงของการเข้าร่วมเป็นภาคี

            ข้อตกลงหลักๆ ของรัฐที่เข้าร่วมในภาคีอนุสัญญาแรมซาร์ คือ
 ภาคีจะต้องคัดเลือกพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาตินานาชาติอย่างน้อย 1 แห่ง บรรจุในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
(มาตรา 2 วรรค 1) และส่งเสริมการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีอยู่ในทะเบียนหรือไม่ (มาตรา 3 วรรค 1)
 ภาคีต้องกำหนดและวางแผนการดำเนินการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นจะอยู่ในทะเบียนหรือไม่ (มาตรา 3 วรรค 1)
 ทำการปรึกษากับภาคีอื่นๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานอนุสัญญาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่ตั้งอยู่ตามพรมแดนระหว่างประเทศ มีการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน มีการใช้ทรัพยากรชีวภาพร่วมกัน และมีการพัฒนาความช่วยเหลือสำหรับโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำ
 ภาคีต้องสนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่อนุสัญญาฯ จำนวนเงินช่วยเหลือของแต่ละประเทศขึ้นกับการแบ่งตาม UN Scale

พิธีสารของอนุสัญญาแรมซาร์

           อนุสัญญาแรมซาร์มีพิธีสาร ซึ่งประกอบด้วย 12 มาตราอนุสัญญาแรมซาร์ ได้รับการรับรองในการระชุมครั้งแรกในประเทศอิหร่านเมื่อปี
พ.ศ. 2514 (ค.ศ.1971) เนื้อหาของอนุสัญญาฯ ถูกนำมาแก้ไขโดย Paris Protocol ในปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) ซึ่งได้มีการแก้ไขทางวิชาการ
หลายข้อและอนุสัญญาฯ ได้นำเอามาใช้บังคับในปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) 

การแก้ไขข้อความในอนุสัญญาฯ ครั้งที่ 2 มีขึ้นในการประชุมที่ประเทศแคนาดา ในปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) เรียกว่า Regina Amendment ข้อแก้ไขนี้ไม่ได้มีผลต่อหลักการพื้นฐานของอนุสัญญาฯ แต่เกี่ยวกับการดำเนินงานในส่วนของอำนาจของการประชุมการจัดตั้งคณะกรรมการ กำหนดวงเงินทุน ซึ่งในขณะที่ข้อแก้ไขเหล่านี้ยังมิได้นำมาบังคับใช้ แต่ภาคีส่วนใหญ่ก็ได้นำมาใช้โดยสมัครใจ

ดังนั้น การเข้าเป็นภาคีใหม่โดยยอมรับข้อแก้ไขตาม Regin Amendment นี้ไปพร้อมๆ กันทีเดียวจึงเหมาะสม เพราะสามารถขจัดความยุ่งยาก
ในการที่รัฐจะต้องดำเนินงานตามขั้นตอนเพื่อรับรองข้อแก้ไขนี้อีกครั้งในภายหลัง

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

                  อนุสัญญาแรมซาร์ไม่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของภาคี ซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนที่มีพื้นที่ชุ่มน้ำ
                  อนุสัญญาแรมซาร์เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ
ในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมชุมชน
                  พื้นที่ชุ่มน้ำใดที่ได้รับการเสนอเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศแล้ว ต่อมามีความจำเป็น ภาคีสามารถเพิกถอน
ออกจากทำเนียบหรือจำกัดขอบเขตใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอพื้นที่อื่นทดแทนด้วย

การเป็นภาคีอนุสัญญาแรมซาร์

                  ทำให้มีการอนุรักษ์ละยับยั้งการสูญเสียของพื้นที่ชุ่มน้ำในและภูมิภาคของโลก
                  ลดปัญหาความขัดแย้งในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างประเทศตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในพื้นที่รวมทั้งฝูงนกน้ำ
ที่อพยพตามฤดูกาลไปอยู่ในประเทศต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจากอนุสัญญาฯ ระบุว่าภาคีจะต้องร่วมมือในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน
                  ทำให้มีการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ที่ใช้อย่างฉลาด เนื่องจากอนุสัญญาฯ ระบุหน้าที่ที่ภาคี
จะต้องกระทำ คือ ให้คำนึงถึงการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ในการกำหนดแผนการใช้ที่ดินและแผนการจัดการระดับชาติ ซึ่งการดำเนินการตามแผนนี้ จะเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างฉลาดตลอดจนทำให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำต้องสงวนรักษาไว้
                  ทำให้มีการป้องกันการเลื่อนสภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนไว้โดยมีการติดตามตรวจสอบบอย่างสม่ำเสมอ

การประชุมของสมัชชาภาคี

         อนุสัญญาฯ ระบุไว้ว่าจะต้องจัดให้มีการประชุมปกติ (ordinary session) สำนักเลขาธิการอนุสัญญาฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมสมัชชาภาคีในทุกๆ
3 ปี โดยมีการประชุมสมัชชาภาคีวาระพิเศษ 1 ครั้ง ณ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อตกลงโปรแกรมและงบประมาณในการดำเนินการตามอนุสัญญา 

ครั้งที่ วัน เวลา สถานที่ สาระสำคัญ
1 เมือง Cagliari ประเทศอิตาลี
พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980)
การประชุมวาระพิเศษที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) ในครั้งนี้ได้มีการร่างพิธีสารขึ้นมาแก้ไขความบางตอนในอนุสัญญาฯ เรียกว่า “พิธีสารปารีส”
(Paris Protocol) ซึ่งที่ประชุมรับพิธีสาร ในการประชุมปกติครั้งที่ 2 และผลบังคับใช้เรื่อยมา
2 เมือง Groningen ประเทศเนเธอร์แลนด์
พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984)
มีการรับรองบทแก้ไขอนุสัญญาฯ (amendment) เสนอในคราวประชุมวาระพิเศษ
3 เมือง Regina, Saskatchewan
ประเทศแคนาดา
พ.ศ. 2530 (ค.ศ.1987)
ในครั้งนี้ได้มีการแก้ไขความบางตอนในอนุสัญญาฯ อีกครั้ง เรียกว่า “Regina Amendment” คือในมาตรา 6 และ 7 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้
4 เมือง Montreux ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
พ.ศ. 2533 (ค.ศ.1990) 

ในการประชุมสมัชชาภาคีสมัยที่ 3 และ 4 ได้มีการจำแนกระบุการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์
ทั่วโลก และแบ่งออกเป็น 7 ภูมิภาค ดังนี้: แอฟริกา, เอเชีย, ยุโรปตะวันออก, นีโอโทรปิกส์, อเมริกาเหนือ, โอเชียเนีย และ ยุโรปตะวันตก ซึ่งคณะกรรมการบริหาร (Standing Committee)
จะทำการทบทวนการแบ่งเขตภูมิศาสตร์ดังกล่าว เพื่อจัดทำข้อเสนอสำหรับการเปลี่ยนแปลง
การกำหนดเขตภูมิศาสตร์ในการประชุมสมัชชาภาคีสมัยที่ 5 ต่อไปโดยจะให้ความสำคัญเป็น
พิเศษในประเด็นการแบ่งทวีปยุโรปออกเป็นยุโรปตะวันออกและ ยุโรปตะวันตก เนื่องจาก
สมัชชาภาคีได้เห็นชอบโดยเสียงข้างมากแล้วว่า การแบ่งแยกทวีปยุโรปดังกล่าว เป็นไปตาม
บริบททางการเมือง ไม่ใช่เป็นไปตามหลักภูมิศาสตร์

5 เมือง Kushiro ประเทศญี่ปุ่น
พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993)
มีการรับรองบทแก้ไขอนุสัญญาฯ ตามที่แก้ไขในคราวประชุมครั้งที่ 3 ทำให้มีผลบังคับใช้ โดย
ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากประเทศสมาชิกที่สมัครใจ (voluntary contribution) หรือ
องค์กรที่สนใจ
6 เมือง Brisbane ประเทศออสเตรเลีย
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996)
ที่ประชุมมีมติยอมรับถึงความสำคัญของพันธุ์ปลาและการทำการประมงว่าสามารถใช้เป็นเงื่อนไข
หนึ่งในการกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นเป็น Ramsar Site รับรองแผนกลยุทธ ปี พ.ศ. 2540 – 2545 (Strategic Plan 1997 - 2002) และรับรองความร่วมมือกันระหว่างอนุสัญญาว่าด้วย
ความหลากหลายทางชีวภาพกับอนุสัญญาแรมซาร์
7 เมือง San Jose ประเทศคอสตาริก้า
วันที่ 10 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
(ค.ศ. 1999)
ที่ประชุมมีมติรับรอง outreach Programme ซึ่งเป็นแผนงานที่จัดทำขึ้นเพื่อเร่งรัดการเสริมสร้าง
ความตระหนัก ในคุณค่าและบทบาทพื้นที่ชุ่มน้ำในทุกระดับสังคม
8 เมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน
วันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545
(ค.ศ. 2002)
ที่ประชุมมีมติรับรองแผนกลยุทธ์ ปี พ.ศ. 2546-2550 แนวทางการนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของ
พื้นที่ชุ่มน้ำมาใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน การพิจารณา
ความสัมพันธ์ของการเกษตรกับพื้นที่ชุ่มน้ำ และการผนวกแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไป
ตามผลการประชุมสุดยอดของโลกว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เมือง โจฮันเนสเบอร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
9 เมืองคัมพาลา ประเทศยูกันดา
วันที่ 8-15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
(ค.ศ.2005)
ที่ประชุมมีมติรับรองการเพิ่มเติมข้อกำหนด ข้อ 9 ที่ให้เพิ่มสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่มิใช่นก และข้อกำหนด
ด้านวัฒนธรรมในหลักเกณฑ์การเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ความสำคัญระหว่างประเทศ
หรือแรมซาร์ไซต์ การเสริมประสานการทำงานกับความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
พื้นที่ชุ่มน้ำกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและบทบาทของพื้นที่ชุ่มน้ำในการลดและป้องกัน
ความเสียหายจากมหันตภัยธรรมชาติ 
10 เมืองชางวอน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 28 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008)
ที่ประชุมมีมติรับรองแผนกลยุทธ์ ปี พ.ศ. 2551 - 2557 (ค.ศ. 2008 - 2014) และให้การรับรองข้อมติ 33 เรื่อง เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานชีวภาพ อุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติ การขจัดความยากจน เป็นต้น
รวมถึงการประกาศปฏิญญาชางวอน
11 เมืองบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย
วันที่ 6-13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
(ค.ศ. 2012)
ที่ประชุมมีมติปรับปรุงแผนกลยุทธ์ 2009-2015 สำหรับช่วงปี 2013-2015 สมัชชาภาคี อนุสัญญาฯ
ตระหนักถึงการดำเนินงานของอนุสัญญาฯ ที่ช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายไอจิว่าด้วย
ความหลากหลายทางชีวภาพ และรับรองแผนกลยุทธ์ 2009-2015 สำหรับช่วงปี 2013-2015
12

เมือง ปุนตา เดล เอสเต
สาธารณรัฐบูรพาอุรุกวัย
วันที่ 1-9 มิถุนายน พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015)

ที่ประชุมให้การรับรองแผนกลยุทธ์ พ.ศ. 2559 - 2564 (ค.ศ. 2016 - 2021) สมัชชาภาคี อนุสัญญาฯ และพิจารณาและให้การรับรองเครื่องมือในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ Ramsar site (Ramsar site Management Effectiveness Tracking Tool หรือ R-METT)