หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ
 

  เกณฑ์สำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ


            ที่ประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) สมัยที่ 7 ซึ่งมีขึ้นในระหว่าง วันที่ 10 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
ณ ประเทศคอสตาริก้าได้รับรอง เกณฑ์สำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบกลยุทธ์สำหรับทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ
ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar List) ดังนี้

           กลุ่ม A ของเกณฑ์    พื้นที่ประกอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทที่เป็นตัวแทนหายากหรือมีลักษณะพิเศษ เฉพาะ

           เกณฑ์ 1 :    พื้นที่ชุ่มน้ำหนึ่งควรได้รับพิจารณาว่ามีความสำคัญระหว่างประเทศ หากพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นประกอบด้วยประเภทของพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็น
ตัวแทน หายาก หรือ มีลักษณะพิเศษเฉพาะ  ซึ่งพบในเขตชีวภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม

           กลุ่ม B ของเกณฑ์    พื้นที่ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

           เกณฑ์เกี่ยวกับชนิดพันธุ์และชุมชนประชากรทางนิเวศ
          เกณฑ์ 2 :   เกื้อกูล ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง  หรือชุมนุมประชากรที่ถูกคุกคาม 
          เกณฑ์ 3 :   เกื้อกูล ประชากรของชนิดพันธุ์พืชหรือสัตว์ที่สำคัญ สำหรับการธำรงรักษาความหลากหลาย ทางชีวภาพของเขตชีวภูมิศาสตร์หนึ่ง
โดยเฉพาะ
          เกณฑ์ 4 :   เกื้อกูล ชนิดพันธุ์พืชหรือสัตว์ที่อยู่ในระยะวิกฤติหนึ่งของวงจรชีวิตของชนิดพันธุ์นั้น  หรือเป็นที่อพยพมนระหว่างสภาพเสื่อมโทรม

           เกณฑ์พิเศษเกี่ยวกับนกน้ำ
          เกณฑ์ 5 :   ตามปกติเกื้อกูล นกน้ำ 20,000 ตัว หรือมากกว่า
          เกณฑ์ 6 :   ตามปกติเกื้อกูล ร้อยละ 1 ของประชากรในชนิดพันธุ์หรือสายพันธุ์หนึ่งของนกน้ำ

           เกณฑ์พิเศษเกี่ยวกับปลา
          เกณฑ์ 7 :    เกื้อกูล สัดส่วนที่สำคัญของสายพันธุ์ ชนิดพันธุ์ หรือวงศ์ ของปลาพื้นเมือง ระยะหนึ่งของวงจรชีวิต  ปฏิสัมพันธ์ของชนิดพันธุ์ และ/หรือ ประชากรที่เป็นตัวแทนของผลประโยชน์ และ/หรือ คุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำและ ดังนั้นมีคุณูปการต่อความความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก
          เกณฑ์ 8 :   เป็นแหล่งสำคัญของอาหารสำหรับปลา วางไข่ ฟูมฟักตัวอ่อนและ/หรือเส้นทางอพยพ ซึ่งปริมาณของปลาไม่ว่าภายในพื้นที่ชุ่มน้ำ
หรือที่อื่น พึ่งพาอาศัยอยู่

        พันธกรณีในการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาแรมซาร์
ข้อตกลงหลักๆ ของประเทศที่เข้าร่วมในอนุสัญญาแรมซาร์ คือ
           ภาคีแต่ละประเทศจะต้องคัดเลือกพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติหรือระหว่างประเทศอย่างน้อย 1 แห่ง บรรจุใน “ทะเบียนรายชื่อ
พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ” นอกจากนั้นแล้ว มาตรา 3 วรรค 1 ยังระบุให้แต่ละประเทศส่งเสริมการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีอยู่ในทะเบียนด้วย
           ภาคีแต่ละประเทศต้องกำหนดและวางแผนการดำเนินงาน การใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดไม่ว่าพื้นที่ชุ่มน้ำจะอยู่ในทะเบียน หรือไม่
           ภาคีแต่ละประเทศสามารถทำการปรึกษากับภาคีอื่นๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของอนุสัญญาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ตาม
พรมแดนระหว่างประเทศมีการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน และมีการพัฒนาความช่วยเหลือสำหรับโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำ
           ภาคีแต่ละประเทศต้องสนับสนุนเงินช่วยเหลือแกอนุสัญญาฯ จำนวนเงินช่วยเหลือของแต่ละประเทศขึ้นกับการแบ่งตาม UN Scale ซึ่งสำหรับประเทศไทยต้องบริจาคประมาณ 11,692 ฟรังค์สวิส (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555)

อ้างอิง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ทำความเข้าใจอนุสัญญาแรมซาร์
          อนุสัญญาแรมซาร์ไซต์